วันที่ 29 สิงหาคม 2559 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก นางพรรณทิพา ศรีสวัสดิ์ อายุ 59 ปี หุ้นส่วนผู้จัดการ หจก.ศิวพรศุภฤกษ์ จ.กำแพงเพชร ได้เข้ายื่นหนังสือขอความเป็นธรรมให้เร่งรัดเบิกจ่ายเงินค่าวัสดุทางการเกษตร จากสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก เป็นเงินจำนวน 25.8 ล้านบาท เพราะได้ดำเนินการส่งมอบวัสดุเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2559 จนปัจจุบันยังไม่ได้เงินเบิกจ่าย
โดยทาง หจก.ศิวพรศุภฤกษ์ จ.กำแพงเพชร ได้เข้าประมูลงานโครงการสร้างรายได้จากพืชทดแทนทำนาปรัง ตามประกาศจังหวัดพิษณุโลก เรื่อง ประกวดราคาซื้อวัสดุการเกษตร จำนวน 17 รายการ ด้วยวิธีการอีเล็คทรอนิก ลงวันที่ 7 มีนาคม 2559 วงเงิน 31,355,596 และเป็นผู้ชนะการประมูลโดยเสนอราคาที่ 25.8 ล้านบาท (ช่วยประหยัดงบประมาณของราชการได้ 5 ล้านบาทเศษ) จากนั้นได้ทำสัญญาซื้อขายทั่วไปกับสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก หลังจากนั้นทาง หจก.ศิวพรศุภฤกษ์ ได้ดำเนินการจัดส่งวัสดุทางการเกษตรทั้ง 17 รายการ ตามแผนการส่งมอบแก่สำนักงานเกษตรอำเภอต่างๆจนถึงมือประชาชนผู้รับมอบเป็นที่เรียบร้อยครบถ้วน
จนเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2559 ทางสำนักงานเกษตรได้แจ้งว่าวัสดุที่ส่งไปไม่ครบจำนวนน้ำหนักขาดหายไป ดังนั้นทาง หจก.ศิวพรศุภฤกษ์ จึงได้จัดหาวัสดุทางการเกษตรเพิ่มเติมชดเชยน้ำหนักที่ขาดหายไปตามที่คณะกรรมการตรวจรับวัสดุได้มีมติให้จัดส่ง โดยทาง หจก.ศิวพรศุภฤกษ์ ให้ความร่วมมือจัดส่งเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2559 ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ของทางราชการและเพื่อให้สามารถเบิกจ่ายเงินโครงการได้ แต่จนถึงขณะนี้ทางห้างยังไม่ได้รับเงินตามสัญญาซื้อขายทั่วไป อีกทั้งเงินที่ลงทุนไปเป็นเงินกู้จากธนาคารทำให้ต้องเสียดอกเบี้ย จึงได้ตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็นธรรมจากศูนย์ดำรงค์ธรรมจังหวัดพิษณุโลก
เบื้องต้นทางนางปฎิมา ทองน้อย นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิษณุโลก ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนั้นจะได้นำเสนอเรื่องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกพิจารณาต่อไป
ทั้งนี้ทางแหล่งข่าวจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สำหรับงบประมาณค่าวัสดุทางการเกษตรตามโครงการสร้างรายได้จากพืชทดแทนทำนาปรัง นั้นอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอคาดว่าจะสามารถเบิกจ่ายได้ภายในเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้เพราะเนื่องจากช่วงแรกมีปัญหาจากการที่วัสดุทางการเกษตรเมื่อตรวจสอบพบว่าไม่ครบตามน้ำหนักจึงเป็นเหตุให้การเบิกจ่ายล่าช้าดังกล่าว

