สคบ.-ม.พะเยาเซ็นเอ็มโอยู ขับเคลื่อนคุ้มครองผู้บริโภค “ปนัดดา” ย้ำโฆษณาเกินจริงเป็นภัยความมั่นคง

29.08.16 | 17:40 น.

วันที่ 29 สิงหาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การเสริมสร้างเครือข่ายการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาคประจำปีงบประมาณ 2559” พร้อมเป็นสักขีพยานลงนามเอ็มโอยู(MOU) ระหว่างสำนักคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) กับมหาวิทยาลัยพะเยา(มพ.) และได้บรรยายพิเศษเรื่อง นโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค กับการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ ณ หอประชุมพญางำเมือง มพ. อ.เมือง จ.พะเยา มีนายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยข้าราชการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนกว่า3,000 คน

นายอำพล กล่าวว่า โครงการนี้ สคบ.จัดขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชน ให้รู้รักษาสิทธิของตนเองไม่เสียเปรียบหรือได้รับอันตรายจากการบริโภคสินค้าหรือบริการ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับประชาชนในส่วนภูมิภาค ซึ่งประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้  รวมทั้งนำไปสู่การรวมกลุ่มที่เข้มแข็ง  สามารถพิทักษ์ปกป้องสิทธิและผลประโยชน์ของตนและสังคมไทยซึ่งเสริมสร้างศักยภาพ การปฏิบัติงานการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค และท้องถิ่นอย่างยั่งยืน และ สคบ. ได้ทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคระหว่าง สคบ. กับคณะนิติศาสตร์ มพ. ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนความร่วมมือในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคระหว่าง สคบ.กับ มพ.  และเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาและเผยแพร่ข้อความรู้สู่ผู้บริโภคต่อไป

สำหรับการดำเนินงานของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดพะเยาในปีงบประมาณ 2558 ได้ดำเนินการจำนวน 36 เรื่องยุติแล้ว 34 เรื่องคิดเป็นร้อยละ 94.44  ยังคงค้าง 2 เรื่อง ที่คู่กรณีได้เจรจาตกลงกันแล้ว อยู่ระหว่างส่งมอบสินค้า โดยเรื่องร้องเรียนส่วนใหญ่เป็นเรื่องเกี่ยวกับสัญญาเช่าซื้อรถ ในปีงบประมาณ 2559 ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2558 ถึงปัจจุบันได้ดำเนินการจำนวน 28 เรื่องยุติแล้ว 21 เรื่องคิดเป็นร้อยละ 75

ด้านม.ล.ปนัดดา กล่าวหลังบรรยายพิเศษเรื่อง “นโยบายการคุ้มครองผู้บริโภคในส่วนภูมิภาค” กับการเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ ว่า การทำ MOU ระหว่าง สคบ.กับ มพ. ในครั้งนี้ เพื่อร่วมกับขับเคลื่อนการคุ้มครองผู้บริโภค ป้องกันการถูกเอารัดเอาเปรียบ การเผยแพร่กฎหมายของ สคบ.ให้แก่ผู้บริโภค รวมทั้งการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรมแก่ผู้ประกอบการไม่เอาเปรียบผู้บริโภค การขับเคลื่อนการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภคนั้นจะต้องมีความร่วมมือของหลายงาน  ประกอบด้วย สคบ. กระทรวงมหาดไทย กรมประชาสัมพันธ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันจะต้องรับมือกับการโฆษณาในโลกโซเซียลด้วย เพราะมักจะมีการโฆษณาเกินจริง ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่ได้เป็นเรื่องของ สคบ.ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคเท่านั่น  แต่ยังเป็นภัยด้านความมั่นคงชาติด้วย ฉะนั้นจึงอยากให้ประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ งดบริโภคข่าวสารที่ไม่เป็นจริง และงดแชร์ข่าวสารดังกล่าว เพราะการกระทำเช่นนั้นอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติได้