ตรวจเยี่ยมพิพิธภัณฑ์ค่ายรามสูร อดีตฐานเรดาร์ทัพสหรัฐฯ คาดเปิดให้ชมกลางปี 60

วันที่ 29 สิงหาคม เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผวจ.อุดรธานี เดินทางตรวจเยี่ยมโครงการพัฒนาส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ หรือพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ค่ายรามสูร โดยมี พ.ท.รัชกฤษ แดงไธสง ผบ.กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 13 ค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา นำคณะนายทหารชั้นผู้ใหญ่ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในพื้นที่ เข้าร่วมโครงการฯ เยี่ยมชมนิทรรศการภายในอาคารพิพิธภัณฑ์ และร่วมกันเดินสำรวจสถานที่

พ.ท.รัชกฤษ เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในปี 2507 กองทัพอเมริกัน หรือทหาร G.I. ได้ซื้อที่ดินของชาวบ้านในเขต ต.โนนสูง 800 ไร่ 3 งาน 28 ตารางวา สร้างเป็นค่ายทหาร และสถานีเรดาห์เครือข่ายติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย จนกระทั่งปี 2519 ทางกองทัพอเมริกันได้ขนย้ายกำลังพล และยุทโธปกรณ์บางส่วนกลับไป เหลืออาคาร ที่พัก สิ่งก่อสร้าง ให้ทางกองทัพไทยดูแลต่อ จนมีการโยกย้ายหน่วยทหารต่างๆในพื้นที่มาที่ค่ายรามสูร จนกระทั่งวันที่ 22 สิงหาคม 2540 ได้มีประกาศสำนักนายกพระราชทานชื่อใหม่เป็นค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา “ค่ายรามสูร” จึงเหลือไว้แต่ความทรงจำเท่านั้น

“ทางหน่วยงานได้เล็งเห็นว่า สิ่งก่อสร้างต่างๆที่เหลือ ล้วนแต่มีประวัติความเป็นมา เหมาะแก่การศึกษาประวัติศาสตร์ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ โดยเฉพาะอาคารเรดาห์ ซึ่งตัวอาคารและทางเข้าออกใต้ดินยังสมบูรณ์อยู่ จึงได้มีการบรูณะซ่อมแซมให้เข้าไปเยี่ยมชมได้ ใช้งบประมาณของกองทัพบก ปรับปรุงอาคารจัดทำรูปถ่ายสมัยก่อนครั้งยังมีการปฏิบัติภารกิจติดแสดงไว้ ติดตั้งวีดีทัศน์ให้ความรู้แก่ผู้เข้ามาเยี่ยมชม ทางเดินใต้ดินติดตั้งระบบไฟส่องสว่างและปั้มน้ำ เป็นที่น่ายินดีที่วันนี้ทางจังหวัดได้เล็งเห็นความสำคัญของสถานที่นี้ ทางหน่วยเราก็พร้อมรับการสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานอื่นเข้ามาช่วยปรับปรุงด้วยเช่นกัน ซึ่งดำเนินการปรับปรุงมาได้ประมาณ 5 เดือน คาดว่ากลางปี 2560 จะสามารถเปิดให้เข้าเยี่ยมชมอย่างเป็นทางการ ” พ.ท.รัชกฤษ กล่าว

201608291838305-20021028190339

นายชยาวุธ เปิดเผยว่า จากการสำรวจเยี่ยมชมวันนี้ ยังขาดกิจกรรมดึงดูดนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่สนใจอยู่มาก หลังจากนี้จะประสานทางกงสุลสหรัฐอเมริกาเข้ามาร่วมพูดคุยในการปรับปรุงพื้นที่เพิ่มเติม เพื่อความสมบูรณ์ของพิพิธภัณฑ์ อยากให้มีการจำลองห้องปฏิบัติการณ์หรือเครื่องมือต่างๆในสมัยนั้น เพื่อจะได้เห็นประวัตศาสตร์ที่ชัดเจนมากขึ้น เรื่องงบสนับสนุนหรือการทำงานร่วมกันก็จะให้ อบจ.อุดรธานี เข้ามาช่วยดูแล และทาง ททท.สนง.อุดรธานี ก็จะเข้ามาผลักดันเรื่องการโปรโมทสถานที่นี้ต่อไป เชื่อว่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกที่หนึ่งของประเทศไทยต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้มีชาวอเมริกันท่านหนึ่งได้เดินทางมาเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์พร้อมกับภรรยาชาวไทย ทราบชื่อว่า นายวิลเลี่ยม แบดฟอร์ด อายุ 66 ปี และนางสมเพชร แบดฟอร์ด อายุ 48ปี โดยนายวิลเลี่ยมเล่าให้ฟังว่า เคยทำงานอยู่ที่ศูนย์เรดาห์ ค่ายรามสูร เป็นทหารสื่อสาร คอยควบคุมการบินของเครื่องบินรบในสมัยนั้น มาทำงานที่นี่เมื่อปี 2518 ได้มาเช่าบ้านอยู่ที่โนนสูง จนพบรักกับภรรยาคนนี้ ซึ่งภรรยาเป็นลูกสาวเจ้าของบ้านเช่า ประจำการที่นี่ 1 ปี 3 เดือน จึงเดินทางกลับสหรัฐฯ พอสงครามสงบตัดสินใจกลับมาแต่งงาน และพาภรรยาไปอยู่ด้วย

201608291838303-20021028190339

นายวิลเลี่ยมยังเล่าให้ฟังอย่างอารมณ์ดีว่า ที่นี่สมัยก่อนจะเข้าออกได้เฉพาะเจ้าหน้าที่ มีทั้งคนไทยและฝรั่ง รอบอาคารเรดาห์เข้าออกได้ทางเดียวคืออุโมงค์ มีการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดมาก กั้นรั้วแน่นหนา ปล่อยสัตว์มีพิษไว้รอบพื้นที่ และมีเวรยามประจำการอย่างเข้มงวด สมัยนั้นที่นี่ถือว่ามีเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัยที่สุด ในประเทศไทยสมัยนั้นมีที่นี่ที่เดียว หลังทราบข่าวจากทางญาติภรรยาว่า จะมีการเปิดพิพิธภัณฑ์ขึ้นที่นี่ จึงตั้งใจมาเพื่อซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ครั้งยังประจำการ ถึงจะเปลี่ยนไปมากไม่เหมือนสมัยก่อน แต่ก็ยังพอให้ระลึกเหตุการณ์ครั้งนั้นได้เป็นอย่างดี

บทความก่อนหน้านี้เกมย้อนยุค เมื่อ “การเมืองไทย” ต่างจากเนื้อเพลง “ประวัติศาสตร์” ของติ๊นา ล้านตลับ
บทความถัดไปไตรมาส2กลุ่มลีสซิ่งกำไรพุ่ง”รถกระบะ-บิ๊กไบค์”เด่นสุด