เชียงใหม่ แนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อโควิด รายใหม่เริ่มลดน้อยลง กลับบ้านแล้วกว่า150ราย

เชียงใหม่ แนวโน้มที่ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อโควิด รายใหม่เริ่มลดน้อยลง ในขณะที่ผู้ป่วยรพ.สนามกลับบ้านแล้วกว่า 150ราย

เชียงใหม่แถลงแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังสถิติผู้ติดเชื้อ ‘โควิด-19‘รายใหม่เริ่มลดน้อยลง ในขณะที่ผู้ป่วยรพ.สนามกลับบ้านแล้วกว่า150ราย

วันที่ 19 เมษายน 2564 ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย นพ.จตุชัย มณีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ หลังสถานการณ์ดีขึ้น เนื่องจากพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง เหลือ 116 ราย เป็นตัวเลขที่ทางการแพทย์ สามารถบริหารจัดการได้

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า ยังคงต้องขอความร่วมมือให้ประชาชนใช้ชีวิตแบบ New Normal หลีกเลี่ยงการไปในที่แออัด และปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว และในวันนี้จังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดHOSPITEL แห่งแรกของจังหวัดเชียงใหม่ คือ PIH Hospitel ซึ่งเป็นบ้านพักนานาชาติของมหาวิทยาลัยพายัพ ปรับเปลี่ยนนำมาใช้ เป็นสถานที่รับเฉพาะผู้เข้าพักที่เป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ผ่านการพักฟื้นจากโรงพยาบาลสนามของจังหวัดเชียงใหม่มาแล้ว ไม่ต่ำกว่า 7 วัน และต้องการความสะดวกสบาย ความเป็นส่วนตัว มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น จนครบระยะเวลาการกักตัวและหายเป็นปกติ สำหรับฮอทพิเทลแห่งนี้อยู่ภายใต้การดูแลและกำกับของสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ มีแพทย์และพยาบาลดูแลตลอด 24 ชั่วโมง

ขณะที่ นพ.จตุชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นที่น่ายินดี เนื่องจากยอดตัวเลขที่เริ่มลดลง มีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่ม 116 ราย ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เป็นผลจากการให้ความร่วมมือของประชาชนชาวจังหวัดเชียงใหม่เป็นอย่างดี ในขณะเดียวกันก็ได้นำผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ระบบการตรวจสอบได้อย่างครบถ้วน ซึ่งการระบาดในระลอกเดือนเมษายน ขณะนี้มียอดจำนวนที่เข้ารับการรักษา 2,306 ราย และเริ่มจำหน่ายผู้ป่วยกลับบ้านตั้งแต่เมื่อวานรวมกับวันนี้แล้วกว่า 150 คน

สำหรับเงื่อนไขในการจำหน่ายผู้ป่วยโรคโควิด-19 ทางกรมการแพทย์กำหนดมาตรฐานไว้ชัดเจนถึงระยะเวลาของโรคที่จะมีความปลอดภัย โดยข้อมูลทางวิชาการพบว่าการแพร่เชื้อนั้น ต้องมีระยะของโรค 14 วัน มิใช่การนอนโรงพยาบาลครบ 14 วัน ตามที่เข้าใจ โดยการนับระยะให้นับจากวันที่เริ่มมีอาการต่อเนื่องมาจนครบ 14 วัน กรณีที่ไม่มีอาการหนักหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ถือว่าเป็นระยะปลอดภัย ไม่มีศักยภาพในการแพร่เชื้อ หรือกรณีกลุ่มที่ไม่มีอาการปรากฏอนุโลม ให้นับจากวันที่ตรวจหาเชื้อเป็นวันแรกและนับจนครบ 14 วัน ก็จะถือว่าเป็นระยะปลอดภัยเช่นกัน ยกเว้นกรณีมีภาวะแทรกซ้อนจะไม่ใช้ตัวเลข 14 วัน แต่จะนับวันที่หายสนิทแล้ว 3-4 วัน ถึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้ ทั้งนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจหาเชื้อซ้ำ ซึ่งข้อมูลทางวิชาการแจ้งว่าจะเป็นซากเชื้อ เนื่องจากว่าหลังจากพ้น 14 วันแล้ว แม้จะตรวจพบเชื้อแต่ก็เป็นเชื้อที่เพาะไม่ขึ้น

ทั้งนี้ นพ.จตุชัย กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารเตียงผู้ป่วย จะแบ่งเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีเตียงรองรับ 100 เตียง ผู้ป่วยที่มีอาการน้อย มีเตียงรองรับประมาณ 200 เตียง และผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ ส่วนใหญ่จะอยู่มาโรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลชุมชนประมาณ 2,200 เตียง ทั้งนี้การจัดลำดับ และบริหารทรัพยากรของเตียงนั้น ต้องคำนึงถึงอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก เพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุด กรณีของการแบ่งสีโซนของแต่ละอำเภอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลของการระบาดในแต่ละพื้นที่อำเภอ เพื่อจะดำเนินการปรับสีให้ตรงกับข้อมูลที่ใกล้เคียงความจริงที่สุด โดยจะมีการแจ้งให้ทราบในโอกาสต่อไป

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กรุงศรี คาดกรอบซื้อขายบาท 31.10-31.40 ตลาดจับตาความคืบหน้าจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด
บทความถัดไปเชียงใหม่-พิษณุโลก ‘ยืนหยุดขัง’ นักวิชาการ นักเขียนดังร่วมด้วย