หดหู่! หนุ่มม.6 ดับฝันตัวเอง ผูกเชือกติดกับข้อเท้า ดิ่งลงอ่างเก็บน้ำดับปริศนา

หดหู่! หนุ่มม.6 ดับฝันตัวเอง ผูกเชือกติดกับข้อเท้า ดิ่งลงอ่างเก็บน้ำดับปริศนา

เมื่อเวลา 22.00 น. วันนี้ 19 เมษายน 2564 ร.ต.อ.ฉลองชัย ชาปาน รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยยอด จ.ตรัง ได้รับแจ้งเหตุมีคนจมน้ำสูญหาย ภายในอ่างเก็บน้ำ โครงการแก้มลิงชลประทาน พื้นที่หมู่ 10 บ้านสะพานไทร ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง อยู่ติดกับบริเวณหลัง อบต.บางดี และหลังโรงเรียนบางดีวิทยาคม หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่และอาสาสมัครชุดประดาน้ำหน่วยกู้ภัยสมาคมพิทักษ์ชีพ หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง หน่วยกู้ภัยสว่างภักดีห้วยยอด นายนิพัฒน์ ซิ้วกุ้ง ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.บางดี และกำลังฝ่ายปกครอง

ถึงที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านจำนวนมาก ต่างมุ่งดูเหตุการณ์อยู่บนถนนเลียบอ่างเก็บน้ำ บนถนนพบรถ จยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีขาว-ดำ ทะเบียน 9481 ตรัง (ไม่ทราบหมวดอักษร) จอดอยู่ริมถนน ใกล้กันบนพื้นดินคันอ่างเก็บน้ำพบรองเท้าเตะ 1 คู่วางทับทับกุญแจรถคันดังกล่าวอยู่ ใกล้กันยังพบวัสดุเป็นบ่วง ซึ่งไว้สำหรับขดเก็บเชือก ทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของผู้สูญหายวางอยู่ เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำ ได้จัดกำลังวางแผนลงค้นหาร่างเพียงแค่ 10 นาที ปรากฏว่าพบร่างผู้สูญหายเสียชีวิต ทราบชื่อ คือ นายตนุภัทร มณีศรี หรือน้องเจมส์ อายุ 18 ปี ชาว ต.บางดี อ.ห้วยยอด จ.ตรัง

สภาพมีเลือดไหลออกทางจมูก และปาก สวมเสื้อกีฬา กางเกงขาสั้นบ๊อกเซอร์ ในสภาพลำตัวซีดขาว พบมีเชือกด้ายไนล่อนสีเขียว ถูกผูกติดแน่นอยู่ที่ข้อเท้าด้านซ้าย ปลายสายม้วนเกี่ยวอยู่กับขาด้านขวา จมอยู่ภายในน้ำติดกับขอบสปริงเวย์ของอ่างเก็บน้ำ ก่อนนำร่างขึ้นมาบนถนน ท่ามกลางเสียงร้องไห้ระงม ของบรรดาญาติพี่น้อง รวมทั้งผู้เป็นพ่อซึ่งต้องใช้ไม้พยุง เนื่องจากขามีการบาดเจ็บ ยืนดูร่างลูกอยู่ในที่เกิดเหตุ ขณะที่ผู้เป็นแม่ร้องไห้ปริ่มขาดใจถึงขั้นเป็นลมล้มพับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องทำการช่วยเหลือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำไปนอนพักบนเตียงรถกู้ชีพ

แนวทางการสอบสวนเบื้องต้น จากการสอบถามเพื่อนของผู้เสียชีวิต ทราบว่า ผู้ตายเพิ่งเรียนจบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบางดีวิทยาคม ซึ่งอยู่ใกล้กับจุดเกิดเหตุ เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา และสอบติดเพื่อไปศึกษาต่อระดับปริญญาตรีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ใน จ.สุราษฎร์ธานี ในภาคการศึกษาที่จะถึง ปกติผู้ตายเป็นคนว่ายน้ำเป็น มักจะชอบมาเล่นและว่ายน้ำพร้อมกับเพื่อน อยู่ภายในอ่างเก็บน้ำดังกล่าวเป็นประจำ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านพักไม่มากนัก และทุกครั้งจะต้องเล่นน้ำพร้อมกับเพื่อน โดยผู้ตายมักจะมีปัญหาส่วนตัว และมีความเครียดส่วนตัวในระดับหนึ่งมาก่อนหน้านี้โดยมักจะเล่าระบายให้เพื่อนฟังเป็นประจำ

จากการสอบถาม นายนิพัฒน์ ซิ้วกุ้ง อายุ 53 ปี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.บางดี เล่าว่า ได้รับแจ้งจากพ่อแม่ของผู้เสียชีวิต ได้รับแจ้งจากพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตว่าลูกชายได้หายออกไปจากบ้าน จึงได้จัดกำลังออกค้นหา ก่อนจะมาพบรถ จยย.และทรัพย์สินของผู้ตาย อยู่ที่ริมอ่างเก็บน้ำ จึงคาดว่าผู้เสียชีวิตน่าจะเป็นอันตรายอย่างแน่นอน จึงได้ประสานชุดประดาน้ำเข้ามางมค้นหา ปรากฏว่าพบเป็นศพเสียชีวิต ในสภาพที่คาดว่าน่าจะเจตนาฆ่าตัวตาย เนื่องจากมีการผูกเชือกติดอยู่กับข้อเท้า และเชือกดังกล่าวไม่ได้เป็นเชือกของเครื่องมือประมงแน่นอน และทราบมาว่าก่อนผู้เสียชีวิตจะสูญหายได้มีการถูกตำหนิทะเลาะเบาะแว้งกับคนในครอบครัวมาก่อน โดยนิสัยส่วนตัวของผู้เสียชีวิตเป็นคนนิ่งเงียบ

ด้าน นายธวัฒน์ ชัยมาศวิเชียร หรือออย อายุ 42 ปี เจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำสมาคมพิทักษ์ชีพ เล่าว่า ในส่วนการค้นหา ทางชุดประดาน้ำได้เริ่มลงจากจุดสปริงเวย์ เมื่อลงไปภายในน้ำซึ่งมีความลึกประมาณ 6 เมตร และจุดดังกล่าวเป็นกระแสน้ำวน เท้าของตนเองได้ไปสัมผัสกับเท้าที่อยู่ใต้น้ำ ในขณะนั้นคิดว่า น่าจะเป็นเท้าของทีมประดาน้ำด้วยกัน แต่เมื่อมองลงไปพบว่าเป็นเท้าที่ซีด จึงได้คว้าร่างขึ้นมาดู ปรากฏว่าเป็นร่างของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเท้าได้ผูกเชือกติดอยู่ด้วย แต่เชือกดังกล่าวไม่ได้มัดติดหรือถ่วงกับอะไร

ทั้งนี้หลังจากนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมาจากอ่างเก็บน้ำ ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย ได้นำร่างส่งไปชันสูจน์พลิกศพที่ รพ.ห้วยยอด พร้อมด้วย แพทย์เวร รพ.ห้วยยอด และพนักงานสอบสวน ซึ่งได้ลงความเห็นในสาเหตุการเสียชีวิต น่าจะเกิดจากผู้ตายเจตนาฆ่าตัวตาย และระยะเวลาเสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง สาเหตุน่าจะมาจากความน้อยใจอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งจะทำการสืบสวนสอบสวนอย่างแน่ชัดอีกครั้ง โดยที่ทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต ซึ่งได้มีการมอบร่างให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้แมนฯซิตี้เผยเดอ บรอยน์ ชวดเจอวิลล่า ยังสรุปไม่ได้ว่าต้องพักนานเท่าใด
บทความถัดไป40 ซีอีโอ ผนึกกำลังสู้โควิด หนุนวัคซีนทางเลือกให้ปชช. เป้าฉีด 70% ภายในปีนี้