หน้าแรก ภูมิภาค ยะลา เตรียมพร...

ยะลา เตรียมพร้อมโรงพยาบาลสนาม รับผู้ป่วยได้ถึง 300 เตียง

23.04.21 | 22:10 น.

วันที่ 23 เม.ย.64 ที่โรงพยาบาลสนามจังหวัดยะลา ภายในโรงเรียนศึกษาพิเศษเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 7 บ้านพงกาเซาะ ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วย นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา นายแพทย์อินทร์ จันแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา หัวหน้าส่วนราชการ และบุคลากรทางการแพทย์ ได้ตรวจความพร้อมของโรงพยาบาลสนามจังหวัดยะลา ก่อนจะเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้า ในวันจันทร์ที่ 26 เม.ย.นี้ ซึ่งขณะนี้มีการติดตั้ง Wi-Fi สัญญาณอินเทอร์เน็ต โดยบริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ การเดินสายระบบติดตั้งกล้อง CCTV และการปรับพื้นที่ถนนเส้นทางเข้าโรงพยาบาลสนาม โดย อบจ.ยะลา และการต่อระบบไฟฟ้า และสาธารณูปโภค ต่างๆ ซึ่งขณะนี้คืบหน้าอย่างมาก

นายชัยสิทธิ์ พานิชพงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า โรงพยาบาลสนาม หรือสถานที่สังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ในการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 และกลุ่มเสี่ยงสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด เพื่อระงับยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายส่วนราชการ ทั้งสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลในจังหวัดยะลา ที่เข้ามาช่วยกันจัดตั้งและกองทัพภาคที่ 4โดยพลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ ได้มอบหน่วยเฉพาะกิจยะลาเข้ามาดูแลเรื่องความปลอดภัยเรื่องการจัดทำรั้วชั่วคราวในพื้นที่บริเวณทั้งหมด การบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ได้มีการแบ่งฝ่ายต่างๆออกเป็น 8 ฝ่าย ดูแลความเรียบร้อยและอำนวยการให้มีคุณภาพ ระบบการบำบัดขยะ น้ำเสีย ที่นี่ได้บริหารจัดการไม่ให้มีสิ่งแปดเปื้อนอะไรต่างๆออกไปข้างนอกบริเวณโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ ที่นี่มีเตียง จำนวน 124 เตียง แบ่งเป็น 2 ชั้น ชาย-หญิง ชั้นละ 62 เตียง เป็นการจัดเตรียมในเบื้องต้น หากเมื่อไหร่มีความจำเป็นก็จะสามารถขยายเตียงออกไปได้อีก จำนวนมากถึง 300 เตียงถ้าจำเป็น

นายแพทย์สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จังหวัดยะลา มีโรงพยาบาลสนาม2 แห่ง คือโรงพยาบาลสนามจังหวัดยะลา ภายในโรงเรียนศึกษาพิเศษเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ และโรงพยาบาลสนาม ที่อำเภอเบตง ที่ต้องจัดที่เบตงเพราะในเรื่องความไม่สะดวกในการเดินทาง สำหรับโรงพยาบาลสนามที่นี่ จะรับผู้ป่วยติดเชื้อ และผู้เข้าข่ายสังเกตุอาการอย่างใกล้ชิด อีก 7อำเภอของจังหวัดยะลา มาที่นี่ การบริหารจัดการโดยอัตรากำลังร่วมกันทั้งจังหวัด ส่วนมาตรฐานของที่นี่ก็ใช้มาตรฐานเหมือนโรงพยาบาล ซึ่งมีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพได้ออกมาตรฐานของโรงพยาบาลสนามหมดแล้ว ความพร้อมในการดำเนินการจัดตั้งได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายและไม่เกินหนึ่งสัปดาห์สามารถดำเนินการแล้วเสร็จ เตรียมเปิดใช้งาน โดยบุคลากรที่มาบริหารจัดการโรงพยาบาลสนามแห่งนี้ เป็นบุคลากรทางการแพทย์สาธารณสุขจากโรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลในจังหวัดยะลา และโรงพยาบาลจังหวัดเองก็จะเป็นหน่วยที่จัดการเรื่องนี้คล้ายๆ กับเป็นจิตอาสาของทางการแพทย์และสาธารณสุข มีการทำงานร่วมกัน ประหยัดทรัพยากรต่างๆไปด้วย ง่ายต่อการทำงาน และการควบคุม ที่นี่จะเป็นกลุ่มที่ไม่มีอาการ จะเป็นผู้ที่พบจากการที่สอบสวนเชิงรุกก็จะได้เข้ามาอยู่ที่นี่ เพื่อที่จะไม่ให้ไปแพร่เชื้อในชุมชน เพราะโลกนี้สามารถแพร่เชื้อได้เร็วมากและเป็นการแพร่ระบาดในกลุ่มของหนุ่มสาว การส่งต่อก็ใช้มาตรฐานการส่งต่อของโรคติดเชื้อ รถก็ต้องมีมาตรฐานและเมื่อมาส่งที่นี่แล้ว ทางโรงพยาบาลสนามก็จะดูแลต่อไป เพื่อรองรับผู้ป่วย ซึ่งคาดว่าน่าจะสูงขึ้น และจะพยามควบคุมการแพร่ระบาดไม่ให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น

สำหรับสถานการณ์ล่าสุดของพื้นที่จังหวัดยะลายังอยู่ในช่วงขาขึ้น ข้อมูล ณ วันที่ 23 เม.ย.64 ยะลาพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 10 ราย สะสม 13 ราย ทางจังหวัดได้มีการประชุม พรบ.โรคติดต่อและกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ทีมสอบสวนโรคลงพื้นที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาเชื่อมโยงกลุ่มเสี่ยง ตอนนี้จังหวัดยะลายังรับสถานการณ์ได้อยู่ โดยจะมีมาตรการในการสอบสวนเชิงรุกและคงต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิด สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยที่กลับมาจากประเทศมาเลเซียตอนนี้ มีตัวเลขจากสถานทูตที่ลงทะเบียนมาทั้งสามจังหวัดซึ่งมีตัวเลขชัดเจน การเฝ้าระวังตอนนี้คือ การเดินทางกลับมาที่แจ้งกับทางสถานทูตไว้ และคิดว่ายังรองรับได้อยู่ และตรงนี้ทางจังหวัดมี LQ ที่ต้องเตรียมรับอยู่ ซึ่งทางอำเภอเบตง จะเป็นที่รองรับอยู่แล้ว ขณะที่ทางฝั่งมาเลเซียที่กำลังเฝ้าระวังเชื้อที่เกิดจากสายพันธุ์แอฟริกาเพราะสายพันธุ์นี้จะมีอาการรุนแรง สำหรับสายพันธุ์อังกฤษที่รุนแรง เราจะสังเกตได้ว่าเสียชีวิตเยอะขึ้นเพราะว่าติดได้ร็วดเร็ว ติดเชื้อที่ปอดเร็วขึ้นและจะมีอาการที่รุนแรง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีโรคประจำตัวกับผู้สูงอายุ สำหรับโดยพื้นที่ของจังหวัดยะลายังไม่มีคัตเตอร์ใหม่ โดยคัตเตอร์ของกรงปีนังกำลังดูว่าเชื่อมโยงกับคัตเตอร์ไหน โดยพี่น้องประชาชนต้องคิดว่าตัวเองมีโอกาสติดเชื้อได้หมด เพราะฉะนั้นเวลาไปไหนมาไหนต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยล้างมือด้วยน้ำสบู่หรือเจลกอฮอร์และรักษาระยะห่าง

นายแพทย์อินทร์ จันแดง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลยะลา เปิดเผยว่า ในส่วนของโรงพยาบาลยะลาเรารับมา 2,200 โดสในรอบ2 ตอนนี้ได้ฉีดครบแล้ว และได้ใช้วัคซีนสำรองที่เป็นเข็มสองเข็มสองตอนนี้กระทรวงได้สั่งการว่าให้ใช้สำรองเข็มสองของรอบที่แล้วมาฉีดเพิ่มครับวันนี้หมดแล้ว 100% โดยผลข้างเคียงของการฉีดวัคซีน มีอาการเล็กน้อยเหมือนการฉีดวัคซีนทั่วไป จะมีอาการปวดเมื่อยเล็กน้อยธรรมดาทั่วไปส่วนอาการที่รุนแรงไม่มี และขอยืนยันในเรื่องของความมั่นใจในการฉีดวัคซีนก่อนอื่นเรื่องที่หนึ่งคือมีความเสี่ยง ทุกอย่างมีความเสี่ยง แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับความเสี่ยงกับโรคและยังไม่มีใครเสียชีวิตเพราะการฉีดวัคซีนและระบบการเฝ้าระวังได้มีการเฝ้าติดตามในระบบของหมอพร้อมโดยการติดตามการรายงาน อย่างน้อยครึ่งชั่วโมงแรกของการฉีดต้องอยู่ภายในโรงพยาบาลห้ามกลับฉีดยาเสร็จกลับบ้านไม่ได้เพราะต้องคอยดูอาการดังนั้นขอให้ความมั่นใจในเรื่องของวัคซีนเราได้เฝ้าระวังเต็มที่สบายใจได้

Advertisement