นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กับสหกรณ์การเกษตร ตามโครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตร ณ ลานสาครบุรี ศาลากลางจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายศักดิ์ชัย ไชยพุทธ สหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน สมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรนาเกลือในจังหวัดสมุทรสาคร วิทยาลัยชุมชนสมุทรสาคร และผู้มีเกียรติที่ได้มาร่วมงานในครั้งนี้เป็นจำนวนมาก
นายศักดิ์ชัย ไชยพุทธ สหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า สำนักงานสหกรณ์จังหวัดสมุทรสาคร ได้ร่วมกับหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร คัดเลือกสหกรณ์การเกษตรเป้าหมายจำนวน 2 สหกรณ์ ที่จะเข้าไปช่วยเหลือสนับสนุนให้เกิดความเข้มแข็ง ตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจัดจำหน่าย และยกระดับความสามารถให้กับสหกรณ์การเกษตรและสมาชิก พัฒนาปรับปรุงรูปแบบวิธีการดำเนินงานให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสภาพปัจจุบัน รวมทั้งสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่าง 2 องค์กร คือ หอการค้าจังหวัดและสหกรณ์การเกษตร จึงได้มีการจัดทำโครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตรขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือและช่วยการขับเคลื่อนพัฒนาคุณภาพสินค้าการผลิต เพื่อปรับปรุงคุณภาพรูปลักษณ์สินค้าและผลิตภัณฑ์ของสถาบันเกษตรกรในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อประโยชน์ในการขยายตลาด และกลุ่มเป้าหมายต่อไป โดยในพิธีการลงนามบันทึกข้อตกลงวันนี้ได้มีทั้งการจัดนิทรรศการ จุดสาธิตผลิตภัณฑ์จากเกลือสมุทร และกิจกรรมต่างๆ
นายนิวัฒน์ รุ่งสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร กล่าวว่า การจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างหอการค้าจังหวัดสมุทรสาคร กับสหกรณ์การเกษตร ตามโครงการ 1 หอการค้า 1 สหกรณ์การเกษตร ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีของการสร้างความร่วมมือระดับองค์กร 2 องค์กร ที่จะได้ร่วมกันนำองค์ความรู้และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของภาคธุรกิจเข้าไปช่วยเหลือและสนับสนุนด้านต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน สหกรณ์การเกษตรจะเป็นหน่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการขับเคลื่อนนโยบายฐานรากของรัฐบาลปัจจุบันที่ต้องการให้สหกรณ์มีความเข้มแข็งเป็นที่พึ่งของสมาชิกได้
สำหรับสถานการณ์นาเกลือในปัจจุบันของจังหวัดสมุทรสาครและพื้นที่ใกล้เคียง พบว่า ราคาเกลือตกต่ำลงเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้เกษตรกรผู้ทำนาเกลือสมุทร ต้องประสบกับภาวะขาดทุน จนบางคนต้องยุติบทบาทการเป็นเกษตรกรนาเกลือลงไป เพราะไม่สามารถขายเกลือที่มีอยู่ให้กับพ่อค้าแม่ค้าได้ หรือบางรายขายได้แต่ราคาไม่ค่อยดี ตกอยู่ที่เกวียนละ 600-800 บาท เพราะพื้นที่การทำนาเกลือยากต่อการขนส่งผลิตภัณฑ์ ในส่วนที่ขายได้แม้จะราคาดีขึ้นมาบ้างตกที่เกวียนละ 1,000-1,200 บาท เพราะรถยนต์สามารถเข้าถึงได้ แต่ราคานี้ก็ยังนับว่าตกต่ำกว่าในอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างมาก

