หน้าแรก ภูมิภาค ยางหนองคายเผย...

ยางหนองคายเผยราคาตกต่ำ จำใช้กรดซัลฟิวริกราคาถูก ทำให้ 2 ค่ายผลิตยางรถยนต์ประกาศแบน

31.08.16 | 16:45 น.

วันที่ 31 สิงหาคม 2559 นายสายัน คณะวงษ์ อายุ 42 ปี ชาวสวนยางพารา บ้านดงนาเทา ต.สระใคร อ.สระใคร จังหวัดหนองคาย กล่าวถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ผลิตยางรถยนต์ประกาศไม่รับซื้อยางพาราในภาคอีสาน เนื่องใช้กรดซัลฟิวริก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญทำให้ยางรถยนต์เสื่อมเร็วว่า หาก 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ผลิตยางรถยนต์ไม่รับซื้อยางพาราในภาคอีสาน ก็คงจะได้รับผลกระทบในไม่ช้านี้ ซึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้ชาวสวนยางในภาคอีสานใช้กรดซัลฟิวริก หรือที่รู้จักกันในชื่อน้ำส้มฆ่ายาง เนื่องจากมีราคาถูกกว่ากรดฟอร์มิกหลายเท่า และที่สำคัญเมื่อใช้ปริมาณเท่ากันกรดฟอร์มิก ก็จะทำให้น้ำยางจับตัวเป็นก้อนเร็วกว่า ซึ่งในฤดูฝนนี้ถือเรื่องเวลาในการจับตัวของน้ำยางพารานั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะหากจับตัวช้าก็จะทำให้น้ำฝนที่ตกลงมา ปนกับน้ำยางพาราในถ้วย ก็จะทำให้น้ำยางพาราไม่จับตัว ชาวสวนก็ต้องเททิ้ง เสียรายได้ไป

นายสายัน สาเหตุสำคัญของประการหนึ่งที่ทำให้ชาวสวนยางพาราต้องใช้กรดซัลฟิวริก คือราคายางพาราตกต่ำ ขณะนี้ราคายางก้อนถ้วยกิโลกรัมละ 22 – 23 บาทเท่านั้น ซึ่งถือเป็นราคาที่ไม่คุ้มทุน จุดคุ้มทุนอยู่ที่กิโลกรัมละ 30 บาท จึงเป็นเหตุผลหนึ่งชาวสวนยางต้องประหยัดต้นทุนให้ได้มากที่สุด การใช้กรดซัลฟิวริกที่มีราคาถูกกว่ากรดชนิดอื่น ก็ถือเป็นการลดต้นทุนได้ ยิ่งใครที่มีสวนยางมาก ๆ ก็ลดได้มากตามไปด้วย หากราคายางสูงกว่านี้ คืออยู่ที่กิโลกรัมละ 40 – 50 บาท ชาวสวนยางก็พร้อมจะกลับมาใช้กรดฟอร์มิกแทนกรดซัลฟิวริก ที่นิยมใช้กันในปัจจุบัน

201608311600021-20041020104302

นายสายัน กล่าวต่อไปอีกว่า ตลาดที่รับซื้อยางก็มีความสำคัญ ขณะนี้ชาวสวนยางหนองคาย ไม่นิยมขายให้กับโรงงานรับซื้อยางพาราในพื้นที่ เนื่องจากจ่ายเงินช้า และยังมีการรีดน้ำจากก้อนยางก่อนที่จะชั่ง ทำให้น้ำหนักลดลงประมาณ 30 – 40% ต่างจากโรงงานในจังหวัดอุดรฯ ที่จ่ายเงินสดทันที ไม่มีการรีดน้ำออกจากก้อนยาง และยังมีค่าน้ำมันรถให้ด้วย และขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับแจ้งจากโรงงานรับซื้อที่พวกตนนำยางไปขายเกี่ยวกับเรื่องนี้ ซึ่งหากโรงงานดังกล่าวได้รับผลกระทบจริง ก็ต้องแจ้งให้พวกตนทราบล่วงหน้าแล้ว