หน้าแรก ภูมิภาค สำนักพุทธฯนคร...

สำนักพุทธฯนครพนม แจง แม่ชีลวงโลกเสมือนบุคคลธรรมดา อ้างตนขึ้นมาเอง ตร.เตรียมฝากขัง

28.04.21 | 10:34 น.

เมื่อวันที่ 28 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณี พล.ต.ต.ธนชาติ รอดคลองตัน ผบก.ภ.จว.นครพนม นำหมายศาลจังหวัดนครพนม เข้าจับกุม นางสาวอิสรีย์ หรือพระยาธรรมมิกราช อินทร์ไชยา หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี ซึ่งตั้งตนเป็นภิกษุณีเจ้าสำนัก อาศัยอยู่ภายในสำนักปฏิบัติธรรม วิปัสสนา พระพุทธสิกขี เลขที่ 210 หมู่ 1 บ้านดงโชค ต.หนองญาติ อ.เมือง จ.นครพนม ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน

ภายหลังมีชาวบ้านผู้เสียหายในพื้นที่ อ.เมือง อ.ท่าอุเทน และ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เข้าแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนรวมกว่า 400 รายมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท กรณีหลอกลวงตั้งกองทุนผ้าป่า ลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ มีการคืนกำไรเป็นเงินสด และสร้อยทองคำรูปพรรณ มีกำหนดราคากองผ้าป่า ราคากองละ 2,000-3,500 บาท จนประชาชนหลงเชื่อ ตกเป็นเหยื่อคนละนับแสนบาท ไม่ได้เงินคืน จึงทยอยเข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด ทางตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ ควบคุมตัวมาดำเนินคดี ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน

ล่าสุดในการดำเนินคดีของตำรวจเบื้องต้น นอกจากจะมีการจับกุม น.ส.อิสรีย์ หรือแม่ชีอู๋ ซึ่งตั้งตนเป็นภิกษุณีลวงโลกเจ้าสำนัก โดยมีลักษณะคล้ายผู้ป่วยทางจิต และมีการประกาศตนตลอดเวลาว่าเป็นอริยบุคคล ตามศาสนา และเป็นพระอรหันต์ที่บรรลุธรรมทางศาสนา พูดจาวกวนไปมา

โดยภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัว น.ส.อิสรีย์ไปสอบสวน ที่ สภ.เมืองนครพนม โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการเปลี่ยนชุดจากจีวรสีแดงคล้ายพระภิกษุสงฆ์เป็นชุดขาวคล้ายแม่ชีทั่วไป ก่อนจะคุมตัวไปสอบสวนที่ สภ.กุตาไก้ อ.ปลาปาก จ.นครพนม ซึ่งเป็นท้องที่รับผิดชอบที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พร้อมเสนอศาลจังหวัดนครพนมออกหมายจับ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 22 เมษายนที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการสอบสวนรวบรวมหลักฐาน จับกุม นางดรุณี จันทะนาม อายุ 45 ปี หรือแม่ชีทองพูน ชาว จ.สกลนคร ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน รวมถึง นางสาวไพลิน สุนทรสุวรรณ อายุ 31 ปี หรือแม่ชีการ์ตูน ชาว อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ฐานความผิดฉ้อโกงประชาชน ซึ่งทั้ง 2 คนทำหน้าที่เป็นสายบุญ เดินสายตระเวนหาลูกค้ามาซื้อกองทุนผ้าป่าเงินสด และผ้าป่าทองคำ ตำรวจได้นำตัวไปเสนอศาลจังหวัดนครพนมฝากขังตามกฎหมายไปก่อนหน้านี้ อยู่ระหว่างรอการพิจารณาดำเนินคดี ส่วนแม่ชีอู๋ หรือภิกษุณีลวงโลก หัวหน้าแก๊งเจ้าสำนัก จะมีการนำตัวไปเสนอศาลจังหวัดนครพนม ขออนุมัติฝากขังในวันนี้ (28 เมษายน)

Advertisement

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้สอบถาม น.ส.อิสรีย์ หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี ขณะถูกคุมตัวมาสอบสวนเกี่ยวกับความผิดที่เกิดขั้นว่า รับรู้หรือไม่ว่ากระทำผิดกฎหมาย แต่เจ้าตัวยังพูดจาวกวนไปมา และยืนยันว่าตนเป็นอริยบุคคล เทียบเท่าอริยสงฆ์ ไม่ยึดติดกับสิ่งใด ไม่รับรู้สิ่งใดในโลกนี้แล้ว ส่วนการจัดตั้งกองทุนผ้าป่าเป็นการทำขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนยากจน แต่จะมีเวลาคืนเงินให้ตามความเชื่อศรัทธา จะต้องมีฤกษ์ยามที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคืนให้ แต่คนที่มาร่วมทำบุญเกิดความโลภจึงเกิดปัญหา ซึ่งหากทุกคนรอตามเวลากำหนดจะได้รับเงินคืน

ด้าน ว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสัน ทันอินทร์อาจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.นครพนม เปิดเผยว่า ในส่วนของแม่ชีดังกล่าวคือ น.ส.อิสรีย์ หรือแม่ชีอู๋ อายุ 49 ปี ถือว่าเป็นบุคคลธรรมดา ไม่มีตำแหน่งทางสงฆ์แต่อย่างใด เพราะไม่มีตามพระธรรมวินัย หรือระเบียบสงฆ์ เทียบเสมือนแม่ชีธรรมดา หรือเป็นบุคคลธรรมดาตามกฎหมาย

ว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสันกล่าวว่า หากกระทำผิดทางกฎหมาย ตำรวจสามารถดำเนินคดีได้เหมือนบุคคลทั่วไป ไม่ต้องผ่านการพิจารณาของคณะปกครองฝ่ายสงฆ์ เป็นเพียงการอ้างตัวขึ้นมาเอง ส่วนพื้นที่ปฏิบัติธรรมดังกล่าวไม่มีการขออนุญาต ก่อตั้งตามกฎหมาย เป็นการจัดตั้งขึ้นเองในพื้นที่ส่วนบุคคล และสามารถปฏิบัติธรรมได้ แต่ต้องไม่กระทำผิดกฎหมาย

ว่าที่ร้อยตรี ดร.จุลสันกล่าวต่อว่า สำหรับพระสงฆ์ 1 รูป ที่เข้ามาพักอ้างว่ามาปฏิบัติธรรม มีการตรวจสอบแล้วกับทางตำรวจคือ พระโชคชัย สุภัทโท อายุ 36 ปี เดิมอยู่วัดราชบำรุง ต.โพธิ์ทะเล อ.ค่ายบางระจันทร์ จ.สิงห์บุรี ทางสำนักพุทธศาสนาจึงได้มีการตรวจสอบแล้วไม่พบความผิดเกี่ยวข้องกับแม่ชีที่กระทำผิด จึงนิมนต์ส่งตัวกลับวัดที่ต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว ส่วนแม่ชี ทั้ง 3 คน ให้ทางตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย ตามพยานหลักฐานที่มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์