หน้าแรก ภูมิภาค โลหิตสำรองลดล...

โลหิตสำรองลดลงเกินครึ่ง! กาชาดโคราช เร่งขอรับบริจาคเลือดช่วยผู้ป่วยช่วงโควิดระบาด

29.04.21 | 12:13 น.

โลหิตสำรองลดลงเกินครึ่ง! กาชาดโคราช เร่งขอรับบริจาคเลือดช่วยผู้ป่วยช่วงโควิดระบาด

นครราชสีมา-วันนี้ (28 เมษายน 2564) นางณัฏฐินีภรณ์ จันทรโณทัย นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สถานการณ์โลหิตบริจาคของจังหวัดนครราชสีมาขณะนี้ มีปริมาณโลหิตที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ทำให้ประชาชนไม่กล้าเดินทางไปบริจาคโลหิต เพราะเกรงจะติดเชื้อไวรัสโควิด19 ซึ่งสาธารณสุขได้ออกมาตรการป้องกัน โดยให้ประชาชนรักษาระยะห่างเพื่อป้องกันและลดการแพร่กระจายของเชื้อโรค ประกอบกับหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ก็ถูกยกเลิกชั่วคราว ทำให้จำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงกว่า 50% ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยในพื้นที่จังหวัดฯ ไม่สามารถจ่ายโลหิตให้กับโรงพยาบาลได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้โรงพยาบาลขาดแคลนเลือดอย่างมาก ซึ่งปกติทางจังหวัดนครราชสีมา โดย รพ.มหาราชนครราชสีมา และเหล่ากาชาดจังหวัดฯ จะออกหน่วยรับบริจาคโลหิตตามสถานที่ต่างๆ แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด19 ทำให้สถานประกอบการหรือหน่วยงานต่างๆ ขอยกเลิกกิจกรรมบริจาคโลหิต ทำให้ปริมาณโลหิตสำรองลดลงเกินครึ่ง ส่งผลให้ขาดแคลนโลหิตทุกกรุ๊ปเป็นอย่างมาก

 

จึงขอประชาสัมพันธ์ไปถึงประชาชนที่มีสุขภาพดี ได้ร่วมบริจาคโลหิตเพื่อนำไปช่วยผู้บาดเจ็บและผู้ป่วยในโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่บริการ โดยขอยืนยันว่า บุคลากรที่ให้บริการรับบริจาคโลหิตของภาคบริการโลหิตแห่งชาติที่ 5 และ รพ.มหาราชนครราชสีมา ได้ผ่านการตรวจหาเชื้อโควิด19เรียบร้อยแล้ว จึงมั่นใจได้ว่า ทุกคนปลอดเชื้อและมีความปลอดภัยที่จะให้บริการทุกคนที่มาบริจาคโลหิตช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์ง

Advertisement

ขณะเดียวกัน ต้องขอความร่วมมือผู้บริจาคคัดกรองตนเองก่อนเดินทางมาบริจาคโลหิตด้วย เช่น หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส เดินทางไปยังสถานบันเทิงหรือสถานที่แออัด อาศัยอยู่ในพื้นที่หรือเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโควิด-19 หรือเป็นผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อโควิด-19 ต้องงดบริจาคโลหิตชั่วคราวอย่างน้อย 28 วันหรือ 4 สัปดาห์ และสิ่งสำคัญคือ ผู้บริจาคจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพตนเองด้วยความเป็นจริง และภายใน 14 วัน หลังจากการบริจาคโลหิตแล้ว หากพบหรือได้รับการยืนยันว่าติดโรคโควิด-19 ผู้บริจาคโลหิตต้องแจ้งให้หน่วยงานที่ไปบริจาคโลหิตทราบทันที เพื่อจะได้ดำเนินการกักกันหรือเรียกคืนส่วนประกอบโลหิตกลับมาและไม่นำไปใช้รักษาผู้ป่วยรายอื่น ซึ่งเป็นไปตามมาตรการคัดกรองประวัติสุขภาพของผู้บริจาคโลหิต ที่องค์การอนามัยโลกระบุไว้ นางณัฏฐินีภรณ์ฯ กล่าว