หาดใหญ่โพล”เผย” ประชาชน14 จังหวัดภาคใต้ ให้คะแนนรัฐบาล “ประยุทธ์” สอบไม่ผ่าน มือตก ปล่อยให้เกิดวิกฤตโควิดระลอก 3 “แก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ขาดมาตรการป้องกันที่ดี ปล่อยให้ข้าราชการบางกลุ่มแอบรับส่วย” จากบ่อน สถานบันเทิง ลักลอบเข้าประเทศ เร่งปูพรมฉีดวัคซีนคำตอบสุดท้าย
วันที่ 1 พ.ค. ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ด้านเศรษฐกิจและสังคม เดือน เม.ย. พบว่าปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือน มี.ค.
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าปัจจัยลบที่สำคัญมาจากสถานการณ์โควิด-19 เดือน เม.ย.ซึ่งได้กลับมารุนแรงกว่าในระลอกก่อน มีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันทั่วประเทศเพิ่มขึ้นอยู่ในระดับหลักพันคนต่อวัน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นอย่างชัดเจน
“ศูนย์กลางการระบาดในระลอก 3 มาจากสถานบันเทิงในกรุงเทพฯ และกระจายไปทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสงกรานต์ประชาชนได้เดินทางท่องเที่ยวและเดินทางกลับภูมิลำเนา ซึ่งในขณะนั้นภาครัฐไม่ได้มีมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดที่เข้มงวดมากนัก ส่งผลให้เกิดการแพร่เชื้อโควิด-19 ไปสู่คนในทุกสาขาอาชีพ”
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ทำให้ประชาชนมีความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากเดิมที่มองว่า ภาครัฐซึ่งนำพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี มีความสามารถในการบริหารจัดการและแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ดีเป็นที่ยอมรับของคนไทยและนานาประเทศ
“ขณะนี้กลับมองว่า ภาครัฐไม่ได้เก่งอย่างที่คิด มุ่งเน้นแต่การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และขาดมาตรการการป้องกันที่ดี ไม่ศึกษาบทเรียนที่เกิดขึ้นจากต่างประเทศ ยังปล่อยให้ข้าราชการตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองบางกลุ่มแอบรับส่วย และสินบนจากการลักลอบเปิดบ่อนการพนัน การลักลอบเข้าประเทศ การเปิดสถานบันเทิงโดยขาดมาตรการป้องกันที่ปลอดภัย”
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 นับว่ารุนแรงที่สุด และทำให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำถึงขีดสุด ส่งผลต่อการขาดรายได้ และหนี้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชนและภาคธุรกิจเป็นอย่างมาก
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าจากการสัมภาษณ์ประชาชนภาคใต้ในหลายสาขาอาชีพ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น แนวทางการแก้ไข และความคิดเห็นต่อมาตรการต่าง ๆ ของภาครัฐและข้อเสนอแนะต่างๆ รัฐบาลควรจะต้องเร่งออกมาตรการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและภาคส่วนต่าง ๆ
“ความชัดเจนในการควบคุมการแพร่ระบาดของโรค เพราะหากปล่อยให้สถานการณ์แพร่ระบาดยืดเยื้อเนิ่นนานออกไป ไม่เพียงกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจของธุรกิจ และการบริโภคภาคครัวเรือนเท่านั้น แต่อาจกระทบต่อการฟื้นตัวของธุรกิจท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปีนี้ ที่จะเป็นความหวังในการช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทย และขยายต่อเนื่องไปยังปีหน้าอีกด้วย”
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าการเร่งปูพรมกระจายฉีดวัคซีนเป็นภารกิจเร่งด่วน เนื่องจากระบบสาธารณสุขไทยมีขีดจำกัดในการรองรับผู้ติดเชื้อ หากจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันยังอยู่ในระดับสูงมากกว่าพันคนอย่างต่อเนื่องเป็นเดือน อาจเกิดภาวะระบบสาธารณสุขล่ม ปัจจุบันก็เริ่มเห็นหลายโรงพยาบาลเผชิญกับปัญหาเตียงผู้ป่วยเต็ม และขาดแคลนอุปกรณ์ทางการแพทย์
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่ายังส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยทั่วไปที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้เป็นปกติเหมือนเมื่อก่อน ทำให้เกิดสภาวะผู้ป่วยตกค้าง ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้ ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันบูรณาการข้อมูลซึ่งกัน แบบ one stop service เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าต้นเหตุของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ครั้งแรกมาจากสนามมวยและสถานบันเทิง ส่วนการระบาดในระลอก 2 มาจากบ่อนการพนัน และสถานบันเทิง และในระลอก 3 ที่แพร่ระบาดมากที่สุดมาจากสถานบันเทิง ทำให้เกิดการแพร่กระจายไปยังแหล่งชุมชนอื่น และคนในครอบครัว
“ประชาชนมองว่าภาครัฐแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศตกต่ำลงไปอีก หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 คลี่คลายอยู่ในระดับที่สามารถควบคุมได้แล้ว ขอให้พลเอกประยุทธ์ออกคำสั่งตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ปิดสถานบันเทิง พับ เธค บาร์ คาราโอเกะ และสถานการณ์บริการที่สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 เพื่อให้ธุรกิจอื่น ๆ ดำเนินต่อไปได้ จนกว่าประชาชนจะได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ครอบคลุมทั้งประเทศ”
ผศ.ดร.วิวัฒน์เปิดเผยว่าปัจจัยที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ามีผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบันมากที่สุด คือ ราคาสินค้าร้อยละ 29.30 ค่าครองชีพ ร้อยละ 25.20 และราคาพืชผลทางการเกษตรร้อยละ13.40 ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนส่วนใหญ่มองว่ารัฐบาลควรให้ความช่วยเหลือเป็นอันดับแรก คือ ราคาสินค้า

