ผู้ป่วยโควิด ‘เชียงใหม่’ เพิ่ม 55 เสียชีวิต 2 ราย ผู้สูงอายุ-น้ำหนักเยอะ

ผู้ป่วยโควิด ‘เชียงใหม่’ เพิ่ม 55 เสียชีวิต 2 ราย ผู้สูงอายุ-น้ำหนักเยอะ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2564 ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ และ ผศ.นพ.นเรนทร์ โชติรสนิรมิต ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่

นายเจริญฤทธิ์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ต่ำกว่า 100 ราย มาเป็นระยะเวลาหลายวันแล้ว อย่างไรก็ตามยังคงต้องมีมาตรการควบคุมโรคที่เข้มข้น เนื่องจากยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ ขณะที่แนวโน้มผู้ติดเชื้อโควิด-19 ยังคงพบผู้ติดเชื้อสูงในกลุ่มครอบครัว ชุมชน และสถานที่ทำงาน ตามลำดับ จึงขอความร่วมมือชาวเชียงใหม่ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคโควิด-19 ของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ และดูแลสุขภาพอนามัยส่วนบุคคล รวมถึงชะลอหรืองดเว้นการเดินทางไปในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อลดการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 และขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั้ง 2 ราย ในวันนี้

ด้าน ผศ.นพ.นเรนทร์ กล่าวชี้แจงกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 2 รายว่า รายแรกเป็นหญิงไทยอายุ 66 ปี มีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคอ้วน ติดเชื้อมาจากคนในครอบครัว (บุตร) ตรวจพบเชื้อเมื่อวันที่ 28 เมษายน และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพิงค์เมื่อวันที่ 29 เมษายน ต่อมามีอาการเหนื่อยมาก อัตราการหายใจ 40 ครั้ง/นาที และได้เสียชีวิตลงในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ด้วยระบบการหายใจล้มเหลวรุนแรง คลื่นไฟฟ้าหัวใจมีความผิดปกติ

ส่วนอีกรายเป็นหญิงไทยอายุ 51 ปี ไม่มีโรคประจำตัว แต่มีน้ำหนักมากถึง 80 กิโลกรัม และมีบุคคลในครอบครัวติดเชื้อโควิด-19 วันที่ 22 เมษายน มีอาการหายใจหอบเหนื่อย จึงเรียกรถพยาบาลเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสันทราย และได้ทำการตรวจเอกซเรย์ปอด พบปอดอักเสบทั้ง 2 ข้าง จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ซึ่งอาการแรกรับรู้สึกตัวดี แต่มีอาการหายใจเร็ว ค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดค่อนข้างต่ำ และในวันที่ 29 เมษายน ผู้ป่วยมีภาวการณ์ทำงานของอวัยวะภายในล้มเหลวหลายส่วน และได้เสียชีวิตลงในวันที่ 30 เมษายนที่ผ่านมา ด้วยภาวะการล้มเหลวของอวัยวะหลายระบบภายในร่างกายรุนแรง ไม่สามารถประคับประคองต่อไปได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอีก 2 ราย แต่ทีมแพทย์ยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาทุกชีวิตอย่างสุดความสามารถ เพื่อรักษาให้ผู้ป่วยปลอดภัยและรอดชีวิต

ดร.ทรงยศ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง มีจำนวน 55 ราย รวมยอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,685 ราย รักษาหายแล้ว 2,118 ราย คิดเป็น 57% ของผู้ป่วยทั้งหมด ยังคงมีผู้รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลทุกประเภท จำนวน 1,560 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย รวมผู้เสียชีวิตในจังหวัดเชียงใหม่เป็น 7 ราย ขณะที่กลุ่มผู้ติดเชื้อที่ยังคงรักษาอยู่นั้น แยกเป็นกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่มีอาการหรืออาการเล็กน้อย (สีเขียว) 1,194 ราย อาการปานกลาง (สีเหลือง) 191 ราย อาการค่อนข้างหนัก (สีส้ม) 71 ราย และอาการหนัก (สีแดง) 18 ราย ส่วนการตรวจกลุ่มเสี่ยงของโรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลเอกชน และจุดตรวจคัดกรองต่างๆ เมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 64) ได้ทำการตรวจไปทั้งหมด 1,229 ราย พบผู้ติดเชื้อ 45 ราย คิดเป็น 3.66% และเมื่อแยกรายจุดตรวจจากโรงพยาบาลต่างอำเภอพบผู้ติดเชื้อสูงขึ้น 9.86% โรงพยาบาลเอกชน 9.46% และจุดตรวจที่โรงพยาบาลสนาม 6.92% ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูล 55 รายใหม่ โดยมีภูมิลำเนาอยู่ในอำเภอเมือง 50% ต่างอำเภอ 50% และในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค. 64) จะมีการเพิ่มจุดตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงที่สำนักงานป้องกันและควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ ตรงศูนย์วัณโรคเดิม ถนนศรีดอนไชย อีก 1 จุด จึงขอให้ผู้ที่มีความเสี่ยงเข้ารับการตรวจคัดกรองได้

“ในส่วนคลัสเตอร์ต่างๆ ของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีหลายคลัสเตอร์ที่ไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่มา 5-6 วันแล้ว ทั้งนี้ยังคงต้องมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเป็นเวลา 28 วัน ตามมาตรการควบคุมโรคติดต่ออันตราย ขณะที่คลัสเตอร์งานศพที่อำเภออมก๋อย ยังคงพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อยู่ 4 ราย ซึ่งทางทีมควบคุมโรคอำเภออมก๋อยได้ลงพื้นที่ค้นหากลุ่มเสี่ยงและควบคุมป้องกันโรคอย่างเข้มข้นอีกครั้ง” ดร.ทรงยศ กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สลด พายุฝนพัดถล่มลพบุรี ต้นไม้ใหญ่โค่นทับ ‘คนขับรถไถ’ ดับคาที่
บทความถัดไปคฝ.กระชับพื้นที่ต่อเนื่อง ปะทะกันปากซอยรัชดาฯ 32 เผยเสียงคล้ายประทัดดังนานครึ่ง ชม. จนท.ยังไปต่อ