ฝนมา ตลาดอึ่งอ่างคึกคัก ชาวบ้านออกส่องกบ เขียด ตามทุ่งนา ขายสู้โควิด

ฝนมา ตลาดอึ่งอ่างคึกคัก ชาวบ้านออกส่องกบ เขียด ตามทุ่งนา ขายสู้โควิด

เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ จ.นครพนม ในช่วงนี้ สภาพอากาศเริ่มแปรปรวนเข้าสู่ฤดูฝน ทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด ส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน ตกงาน ขาดรายได้ จากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ แต่สำหรับชาวบ้านในพื้นที่ ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ถือเป็นอีกพื้นที่สำคัญ ที่มีการส่งเสริมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาต่อเนื่องหลาย 10 ปี อีกทั้งเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งเรื่อง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึงเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ในหลวงรัชกาลที่ 9

ถึงแม้ชาวบ้านหลายพื้นที่จะได้รับผลกระทบจากพิษโควิด แต่ชาวบ้าน ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม ยังใช้ความพอเพียงเลี้ยงชีพ ด้วยการทำการเกษตร รวมถึงหาของป่าขาย สร้างรายได้ และนำไปปรุงเป็นเมนูเป็นอาหาร ลดรายจ่าย สร้างรายได้ โดยในช่วงนี้ ชาวบ้านได้พากันออกไปส่องกบ เขียด อึ่งอ่าง รวมถึงจิ้งหรีด ตามทุ่งนาส่งขายสร้างรายได้ วันละ 200-300 บาท รวมถึงนำไปประกอบอาหารกินเอง เป็นการลดรายจ่ายในช่วงสถานการณ์โควิด บางรายตกงานขาดรายได้ แต่ไม่กระทบเพราะใช้ความพอเพียง สู้ภัยโควิด

ขณะเดียวกัน ทำให้ในช่วงนี้ ตามตลาดสดเทศบาลตำบลนาแก อ.นาแก จ.นครพนม คึกคักไปด้วยของป่า มีชาวบ้าน พ่อค้า แม่ค้า นำของป่าเมนูอีสานหายากมาจำหน่าย ทั้งผักหวาน เห็ดเผาะ ดอกกระเจียว แมงแคง จักจั่น ไข่มดแดง กบ เขียด อึ่งอ่าง โดยเฉพาะไข่มดแดง มีราคาสูงกิโลกรัมละ 400-500 บาท ส่วนแมงแคง กิโลกรัมละ เกือบ 2,000 บาท จักจั่นตกตัวละประมาณ 1 บาท เห็ดเผาะราคากิโลกรัมละ 500 บาท สร้างรายได้เงินหมุนเวียนสะพัดวันละหลาย 10,000 บาท

ทั้งนี้ จากการสอบถามชาวบ้าน ต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม มีอาชีพส่องกบ เขียดอึ่งอ่าง ขาย เปิดเผยว่า ในช่วงนี้ฝนเริ่มตกลงมา เป็นโอกาสดีของชาวบ้านหาของป่า รวมถึง อออกส่องกบ เขียด อึ่งอ่าง ขายในช่วงกลางคืน เนื่องจากช่วงนี้ ชาวบ้าน ส่วนใหญ่ ได้รับผลกระทบจากโควิด ขาดรายได้ บางรายไม่สามารถออกไปทำงานรับจ้างได้ ต้องหันมาพึ่งความพอเพียงอาศัยหากินตามธรรมชาติ หาของป่า ส่องกบ เขียด จิ้งหรีด อึ่งอ่าง นำไปเป็นอาหาร ลดรายจ่าย หากได้จำนวนมาก จะนำไปขายสร้างรายได้เสริม ซึ่งสำคัญที่สุดพื้นที่จะต้องมีความอุดมสมบูรณ์ และในการทำการเกษตรจะต้องไม่ใช้สารเคมี จะทำให้สามารถ หาอาหารเลี้ยงครอบครัวได้ ถึงเจอสถานการณ์โควิดยังสามารถเลี้ยงชีพได้

ด้าน นายบัญชา ศรีชาหลวง นายก อบต.พิมาน อ.นาแก จ.นครพนม เปิดเผยว่า ต้องยอมรับว่าสิ่งที่ อบต.พิมาน ได้ปลูกฝัง สร้างจิตสำนึก ชาวบ้านในเรื่องของความพอเพียง รวมถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแบบยั่งยืน ทำให้ชุมชนพิมานเป็นศูนย์เรียนรู้แห่งความพอเพียง และยังมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ พอบ้านเมืองวิกฤต เจอพิษโควิดบางคนต้องตกงาน ขาดรายได้ ไม่สามารถออกไปทำงานนอกบ้านสร้างรายได้ สำคัญที่สุดคือความพอเพียง การพึ่งตนเองในการทำการเกษตร ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ทำเมนูกินเอง และยังขายสร้างรายได้ เป็นสิ่งที่ยั่งยืน เช่นเดียวกันในช่วงฤดูฝน ชาวบ้านบางส่วนยังสามารถ ออกไปส่องกบ เขียด อึ่งอ่าง ตามทุ่งนา ขายสร้างรายได้ และนำไปปรุงเป็นเมนูกินในครัวเรือน ถือว่าเป็นความพอเพียงแบบยั่งยืน แต่สำคัญที่สุดการเริ่มต้นจะต้องมาจากการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมีในการทำการเกษตร ให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพราะการใช้ชีวิตแบบพอเพียง จากการหาของป่าสร้างรายได้ กินเมนูธรรมชาติพื้นบ้าน ถือเป็นผลผลิต และตัวชี้วัดของความอุดมสมบูรณ์สิ่งแวดล้อม ถึงแม้จะเจอวิกฤตทางเศรษฐกิจ หากพื้นที่มีความอุดมสมบูรณ์ ยังสามารถหล่อเลี้ยงชีวิตได้ จากความพอเพียง ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย และยังสร้างรายได้อีกด้วย จึงฝากให้ประชาชนช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำการเกษตรแบบภูมิปัญญาชาวบ้าน ลดใช้สารเคมี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.ลุย ‘ตลาดห้วยขวาง’ ตรวจคัดกรองหาผู้ติดเชื้อโควิด-19
บทความถัดไปสาวเล่านาทีระทึก พายุพัด ‘หลังคา-หน้าต่าง’ ปลิว ซุกหลังตู้เย็น แต่ไม่รอด ตู้เย็นล้ม ต้องหนีจ้าละหวั่น