หน้าแรก ภูมิภาค ชาวสวนทุเรียน...

ชาวสวนทุเรียนน้ำตาซึม พายุหมุนพัดต้นที่ปลูกมา 50 ปีพังยับ เสียหายนับแสนบาท

10.05.21 | 14:09 น.

ชาวสวนทุเรียนน้ำตาซึม พายุหมุนพัดต้นที่ปลูกมา 50 ปีพังยับ เสียหายนับแสนบาท

เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม น.ส.หัทยา พรมโต เกษตรอำเภอลับแล จ.อุตรดิตถ์ พร้อมเกษตรตำบลฝายหลวง อ.ลับแล สำรวจความเสียหายของผลผลิตทุเรียนพันธุ์หลงลับแล และ หลินลับแล ทุเรียนที่ขึ้นชื่อของ จ.อุตรดิตถ์ หลังรับแจ้งจากนายชยพล รังสฤษฎ์นิธิกุล ชาวสวนทุเรียน หมู่ 10 ต.ฝายหลวงว่า ได้รับความเสียหายจากพายุฤดูร้อน หลังโหมกระหน่ำเป็นพายุหมุนมาเพียง 5 นาที ส่งผลให้ทุเรียนทั้ง 2 พันธุ์ดังกล่าว ที่เฝ้าดูแลมา 1 ปี จะตัดขายอีก 20 วันข้างหน้ากว่า 300 ลูก ไม่มีมูลค่าทันที จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า ลำต้นส่วนปลาย และ กิ่งทุเรียน ฉีกขาดลงมากองกับพื้นดินพร้อมกับผลของทุเรียนขนาดต่างๆ เพราะต้านกระแสลมพายุไม่ไหว กิ่งติดผลทุเรียนแต่ละลูกน้ำนั้นมีหนักกว่า 1.5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นต้นทุเรียนดั้งเดิม อายุเกือบ 100 ปี สูงกว่า 15 เมตร โดยหลังจากพายุสงบลงจึงเลือกเก็บเฉพาะทุเรียนลูกที่ใกล้จะตัดขายมากองรวมไว้ได้กว่า 300 ลูก

นายชยพล เจ้าของสวนได้แต่มองกองทุเรียนกว่า 300 ลูกด้วยความเศร้าใจ พร้อมกล่าวว่า ใจไม่กล้ามากพอที่จะตีมูลค่าของทุเรียนกองดังกล่าว เกรงจะเครียด จากที่เฝ้าดูแลบำรุงมา 1 ปีเพื่อรอจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้ ยิ่งช่วงระบาดโควิด-19 ชาวสวนหวังรายได้เป็นกอบเป็นกำจากการขายทุเรียนหลงลับแล และหลินลับแล ช่วงที่เกิดพายุช่วงค่ำวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตนเองก็อยู่ที่สวน ลมโหมมาอย่างแรงเป็นพายุหมุนตรงมาที่สวน ซึ่งน่าจะเป็นช่องทางลมพอดี เพียง 5 นาทีกิ่งก้านทุเรียนฉีกขาด หักโคนลงมาก่อนต่อหน้าต่อหน้า ทำอะไรไม่ได้ได้แต่ยืนมองด้วยความเสียดายเท่านั้น เพราะทุเรียนที่สวนคัดคุณภาพ แต่ละลูกจะมีความสมบูรณ์ที่สุด น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 1.5 กิโลกรัมต่อลูก ถ้าเป็นหลงลับแลอีก 20 วัน และหลินลับแลประมาณ 1 เดือน จะตัดออกขายแล้ว หลังพายุหยุด จึงไล่เก็บผลทุเรียนที่โดนพายุได้กว่า 300 ลูก

“ทุเรียนกว่า 300 ลูกที่ใกล้จะตัดออกจำหน่ายแล้วนั้นเป็นทุเรียนรุ่นแรก ยังไม่รวมรุ่นสองที่ขนาดยังเล็กลงมา โดยราคาปัจจุบันของทุเรียนหลงลับแล อยู่ที่กิโลกรัมละ 500 บาท ส่วนหลินลับแลกิโลกรัมละ 700 บาท อย่างไรก็ตามสำหรับต้นทุเรียนหลงลับแล หลินลับแล เกษตรกรปลูกไว้ตามภูเขา และเป็นต้นทุเรียนดั้งเดิมก่อนที่เกษตรกรจะนำทุเรียนพันธุ์หลงลับแล และพันธุ์หลินลับแลมาเสียบยอด ซึ่งแต่ละต้นจะมีอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี แต่พายุที่เกิดขึ้นเพียง 5 นาที ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ต้องเริ่มฟื้นฟูใหม่อีกรอบ ซึ่งไม่รู้กี่สิบปีถึงจะได้จำหน่ายผลผลิตออกสู่ท้องตลาด” นายชยพล กล่าว

Advertisement

ด้านเกษตรอำเภอลับแล กล่าวว่า ด้วยต้นทุเรียนหลง-หลินลับแลใช่วิธีเสียบยอดจากต้นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง ทำให้ต้นมีความสูงไม่ต่ำกว่า 15 เมตร และปลูกตามภูเขาสูง เมื่อมีพายุลงแรง จึงหักโคนได้ง่าย ส่วนใหญ่จะเป็นกิ่งที่ติดผลที่หัก น้ำหนักเยอะ เบื้องต้นมีอีกหลายสวนที่ได้รับผลกระทบ แต่เป็นการเสียหายบางส่วน เฉพาะสวนนายชยพล ถ้าตัดและได้ขายผลผลิต 300 ลูกไม่ต่ำกว่า 2 แสนบาท