เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม จ.ภูเก็ต นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รัฐมนตรีว่าการการท่องเที่ยวและกีฬา นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ติดตาม การให้บริการวัคซีนโควิด-19 แก่ประชาชน พร้อมส่งมอบวัคซีนซิโนแวค สำหรับฉีดประชาชนในพื้นที่ และมอบหน้ากากอนามัยทางการแพทย์หน้ากาก N95 ชุด Cover All ยาแผนไทยฟ้าทะลายโจรให้กับโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต สำหรับบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ ไว้ใช้ในการปฏิบัติงาน โดยมีนายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นตัวแทนรับมอบ
นายอนุทินกล่าวว่า การลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต วันนี้ได้มอบนโยบายและติดตามสถานการณ์การฉีดวัคซีนโควิด-19 ในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมความพร้อมเปิด จังหวัดภูเก็ตรับนักท่องเที่ยว เป็นจังหวัดแรกของประเทศตามแผนรัฐบาล ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ทำให้ธุรกิจการท่องเที่ยวฟื้นตัว ซึ่งรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนทุกด้านเพื่อให้จังหวัดภูเก็ตกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง
นายอนุทินกล่าวต่อว่า จังหวัดภูเก็ต เป็นจังหวัดที่มีประสิทธิภาพในการบริการวัคซีนกับประชาชน ซึ่งการจะเปิดเมืองภูเก็ตคนในพื้นที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ได้ร้อยละ 70 ของประชากร เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ โดยกลุ่มที่จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครอบคลุมคือ ผู้ที่มีอายุมากกว่า 18 ปีและแรงงานในธุรกิจท่องเที่ยว แรงงานในธุรกิจอื่นและแรงงานต่างชาติ ที่มีเป้าหมาย 466, 587 คน โดยแผนการฉีดจะต้องฉีดเข็มที่ 1 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน และฉีดเข็มที่ 2 ให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาได้จัดสรรวัคซีนมายังจังหวัดภูเก็ตจำนวน 200,000 โดส และกระทรวงสาธารณสุขมีความยินดีที่จะสนับสนุนการกระจายวัคซีนให้ได้ตามเป้าและในเดือนนี้เป็นต้นไปวัคซีนจะทยอยเข้ามาตามแผนอีกประมาณ 350,000 โดส ซึ่งจะเกิดความครอบคลุมตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้คนในพื้นที่มีภูมิคุ้มกัน และภูเก็ตเปิดเมืองได้อย่างปลอดภัย
นอกจากนี้ ได้พบกับภาคเอกชนตัวแทนการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต เพื่อเตรียมแผนในการเปิดเมืองโดยเป็นการร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว และท้องถิ่นที่มีความเข้มแข็ง เพื่อจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ซึ่งภาคเอกชนร่วมกับหน่วยงานภาคจังหวัดได้เตรียมแผนและมาตรการรองรับไว้แล้วในทุกมิติ และที่สำคัญคือการเข้าไปทำความเข้าใจสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ เป็นต้นแบบการเปิดเมืองภูเก็ตอย่างปลอดภัย และทุกคนจะกลับมามีความสุขอีกครั้ง

