สั่งปิดโรงงานอาหารทะเลคลัสเตอร์สงขลา หลัง 65 พนง. ติดเชื้อ เร่งตรวจอีกนับพันราย

คกก.โรคติดต่อจังหวัดสงขลา มีมติให้ปิดโรงงานแปรรูปอาหารทะเลจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น หลังพบกลุ่มพนักงานทั้งไทย เมียนมา ติดเชื้อ 65 คน เร่งตรวจหาเชื้อทั้งโรงงานเกือบ 3,000 คน พร้อมระดมทีมแพทย์ เข้าปฏิบัติการควบคุมโรค โดยแรงงานต่างด้าวจะกักตัวในแคมป์ พร้อมเปิดโรงพยาบาลสนาม ส่วนแรงงานไทยเมื่อตรวจเชื่อแล้วให้กักตัวที่บ้าน

วันที่ 17 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดสงขลา นายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา โดยในวาระในการประชุมทั้งในเรื่องของการเตรียมความพร้อมในการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน รวมถึงมาตรการในการควบคุมโรคในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล

ผวจ.สงขลา กล่าวว่า คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสงขลา มีมติให้ปิดโรงงานแปรรูปอาหารทะเล ของบริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด จำกัด ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะมีการประเมินสถานการณ์อีกครั้งในอีก 5-7 วัน

ในขณะเดียวกันทางฝ่ายสาธารณสุขก็ได้จัดทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เข้าทำการตรวจเชื้อเชิงรุก ในพนักงาน แยกเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงกับกลุ่มเสี่ยงต่ำ อีก 1,500 คน โดยพนักงานไทยนั้น จะทำการตรวจเชื้อเชิงรุกทั้งหมด ประมาณ 1,500 คน หากพบเชื้อส่งเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล แต่หากไม่พบเชื้อก็จะขอให้กักตัวเองที่บ้าน โดยมีเจ้าหน้าที่ อสม.คอยดูและให้กักตัวอย่างแท้จริงและจะตรวจหาเชื้อซ้ำอีกครั้งในวันที่ 7 และ วันที่ 14 ในส่วนของแรงงานเมียนมาร์นั้น ได้มีการกักตัวภายในแคมป์ และเปิดโรงพยาบาลสนามด้านหน้าแคมป์ เพื่อติดตามอาการ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลาวางแนวทางในการดูแลโรงพยาบาลสนามในแคมป์คนงานของบริษัทสยามอินเตอร์ฯ โดยตั้งระบบ อสม.ในแต่ละแถวห้องพักทำหน้าที่วัดไข้ วัดความดันในกลุ่มแรงงานชาวเมียนมาร์ 1,400 รายโดยหากไม่มีอาการผิดปกติก็กักตัวต่อไปแต่หากมีอาการผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลสนามซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจคัดกรองและทำการตรวจเชื้อโควิด-19 โดยหากพบเชื้อก็จะเข้าสู่ระบบการรักษา แต่หากไม่พบเชื้อก็กลับเข้ากักตัวในแคมป์ต่อไปในส่วนแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้อยู่ในแคมป์ที่พักคนงานจะทำการตรวจคัดกรองและให้กักตัวในแคมป์เช่นเดียวกับแรงงานชาวไทยจนครบ 14 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงาน จากการตรวจสอบพบว่า มีกลุ่มผู้ที่สัมผัสเสียงสูงมีประมาณ 400 คน ซึ่งเป็นคนไทยที่พักในแคมป์คนงาน คนไทยที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ตรวจพบเชื้อ คนไทยทุกคนในไลน์ผลิตโรงที่ 2 เจ้าหน้าที่ห้องปฐมพยาบาล คนขับรถรับส่งผู้ป่วยรวมถึงผู้ที่ไม่ใช่พนักงานแต่สัมผัสผู้ป่วยร่วมบ้านหรือสัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยโควิด ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำประมาณ 800 คน

ทั้งนี้ ได้มีการหารือกับทางผู้ประกอบการในการควบคุมโรค เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปให้ได้โดยเร็ว หากแรงงานต่างด้าวที่ไม่ติดเชื้อสามารถขับเคลื่อนต่อไปได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลากล่าวว่า เหตุที่ไม่ปิดโรงงานตั้งแต่แรกตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันนั้น เนื่องจากกรณีนี้เป็นการพบเชื้อแบบทยอย คือพบครั้งละ 1 คน 2 คน 4 คน ทำให้มาตรการในการควบคุมต้องเป็นไปตามลำดับขั้น เพราะหากเจอเชื้อเพียง 1-2 รายแล้วปิดทันทีก็จะกระทบธุรกิจ กระทบกับแรงงาน โดยเฉพาะกลุ่มทำงานรายวัน ทำให้ต้องมีการพิจารณาใช้มาตรการไปตามสถานการณ์ เพื่อให้การควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็ต้องให้ธุรกิจ ทั้งในส่วนของโรงงานและของแรงงานขับเคลื่อนไปได้ด้วย

สำหรับข้อมูลผู้ติดเชื้อจากคลัสเตอร์โรงงานดังกล่าว ประชาชาติ รายงานว่า จากข้อมูลของวันที่ 16 พฤษภาคม 2564 พบว่าในกลุ่มพนักงานของบริษัท ที่เข้ารับการตรวจคัดกรองเชิงรุก จำนวน 1,064 ราย เริ่มจากวันที่ 4 พฤษภาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมจำนวน 65 ราย เป็นคนไทย 16 ราย และเมียนมา 49 ราย โดยคิดเป็นร้อยละ 6 จากจำนวนพนักงานที่ตรวจคัดกรองทั้งหมดและได้ถูกนำส่งไปรักษายังโรงพยาบาลสนาม สวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เรียบร้อยแล้ว

ส่วนสถานการณ์โควิด-19 จ.สงขลา วันนี้ (17 พ.ค. 2564) ยอดผู้ป่วยสะสมอยูที่ 1,022 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 คน เป็นหญิงอายุ 91 ปี และชายอายุ 72 ปี เสียชีวิตที่โรงพยาบาลหาดใหญ่ จ.สงขลา ส่งผลให้มียอดผู้เสียชีวิตรวม 5 รายแล้ว และทั้งหมดเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ โดยสามรายแรกเป็นชายอายุ 73 ปี ชายอายุ 85 ปี และหญิงอายุ 99 ปี

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวบ้านปักเบ็ดริมแม่น้ำตรังทิ้งไว้ 1 คืน เช้ามาตกใจ ได้ฉลามหนักเฉียด 4 กก.
บทความถัดไปอธิบดีคุกแจง ภาพนักโทษแออัด เป็นภาพเก่า ปัจจุบันเบาบางแล้ว