เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากจาก น.ส.เอ (นามสมมุติ) ชาว ต.บ้านปรก อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม ว่า หลานสาววัย 3 ขวบ เสียชีวิตจากการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร
จึงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ศาลาวัดดาวโด่งดุสิดาราม ต.คลองเขิน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พบว่าญาติๆ ได้นำศพ เด็กหญิงเจล (นามสมมุติ) วัย 3 ปี มาสวดพระอภิธรรมและเผาหลอกไปแล้วเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2564 โดยศพน้องเจลบรรจุอยู่ในโรงเย็น บริเวณโดยรอบตกแต่งด้วยดอกไม้ เสื้อผ้า รถเข็น ท่ามกลางบรรยากาศที่สลดหดหู่
น.ส.เอ (นามสมมุติ) ซึ่งเป็นยายของน้องเจล เล่าว่า หลานสาวเกิดที่โรงพยาบาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้า ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พบว่าเป็นโรคหัวใจ และส่งตัวไปรักษาเฉพาะทางที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งที่กรุงเทพมหานคร และได้ตรวจสุขภาพตลอด กระทั่งวันที่ 11 มีนาคม 2564 แพทย์ทำการผ่าตัวหัวใจหลานสาวโดยอ้างว่า “ยังไงก็ต้องผ่า ผ่าตอนโตจะยุ่ง ไหนๆ ก็มาแล้ว น้ำหนักก็พอดี ส่วนสูงก็พอดีเกณฑ์ ผ่าเลยก็แล้วกัน”
น.ส.เอกล่าวต่อว่า เมื่อผ่าตัดกลับมาแล้ว จากเดิมที่หลานสาววิ่งเล่นได้เหมือนเด็กปกติทั่วไป แต่หลานกลับเหนื่อยง่าย เดินได้ 3 ก้าวก็เหนื่อย ตนจึงซื้อรถเข็นให้ 2 คัน แบบนั่งและนอน และเจ็บออดๆ แอดๆ เรื่อยมา จนกระทั่งประมาณวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 น้องเจลได้รับการตรวจเวลาประมาณ 11 นาฬิกา หมอแจ้งว่าหัวใจปกติมาก แต่สาเหตุที่ส่วนใหญ่เกิดจากแพ้ยา ขอให้หลานสาวอยู่โรงพยาบาล 1 สัปดาห์ เพื่อปรับยา ซึ่งหลานสาวก็ปกติวิดีโอคอลส่งรูปให้ดูตลอด
น.ส.เอกล่าวว่า ต่อมาวันที่ 13 พฤษภาคม น้องไม่รับประทานอาหาร และส่งรูปให้ดูอย่างเดียว แต่หมอไม่ยอมให้ญาติคุยกับหลานสาว กระทั่ง 1 ทุ่ม ก็เห็นรูปหลานสาวดูยูทูบเหมือนไม่เป็นอะไรมาก และหมอแจ้งว่าแอคโค่หัวใจน้องครั้งสุดท้ายแล้ว ปกติมาก แต่น้องแพ้ยา ต่อมาหมอพาน้องเข้าห้องไอซียู และเจาะเลือดในห้องไอซียู ให้แม่ซึ่งเป็นลูกสาวของตนไปซื้อของเตรียมให้เจ้าหน้าที่ แล้วให้แม่กลับบ้าน

“ระหว่างที่แม่กำลังซื้อของ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลโทรศัพท์มาแจ้งว่าหลานสาวไม่ได้สติ จึงถามสาเหตุ เจ้าหน้าที่แจ้งว่ากลัวหลานสาวดิ้น เลยให้ยาให้นอนหลับ ตอนนี้ไม่ได้สติ พอขึ้นไปก็พบว่าเจ้าหน้าที่กำลังปั๊มหัวใจ และหลานสาวก็เสียชีวิต ซึ่งญาติก็ไม่ได้รับความชัดเจนในการเสียชีวิต เจ้าหน้าที่อ้างว่าหลานสาวติดเชื้อไวรัส แต่ไม่สามารถตอบได้ว่าไวรัสอะไร และบ่ายเบี่ยงไม่ให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าหลานสาวเสียชีวิตอะไรกันแน่” น.ส.เอกล่าว
น.ส.เอกล่าวเพิ่มเติมว่า หลานกำลังอยู่ในวัยน่ารัก ญาติๆ ทุกคนรักมาก ตนเสียใจเหมือนกับพาน้องไปตาย เพราะตนเป็นคนพาไปส่งโรงพยาบาล จึงขอความเป็นธรรมในการเสียชีวิตของหลานสาวของตนด้วย หากอ้างว่าติดเชื้อไวรัส ทำไมไม่ตอบให้ชัดเจนว่าเชื้ออะไร ทำไมทำให้เสียชีวิต อีกทั้งก่อนหน้านี้ก็ยอมรับว่าวางยาหลานสาวให้หลับเพราะกลัวดี้น ทำไมไม่ใช้อุปกรณ์รัดเด็กเหมือนโรงพยาบาลอื่นๆ อีกทั้งขอให้โรงพยาบาลออกมารับผิดชอบในการทำให้หลานสาวของตนเสียชีวิต เพราะลูกสาวของตนมีลูกคนแรก แต่การที่หมอทำให้เสียชีวิตแต่ยังมีหลายคำถามยังค้างขาใจญาติๆ ทุกคน จึงตัดสินใจเก็บศพไม่เผาจนกว่าจะได้ความชัดเจน
“หากเป็นไปได้ อยากให้นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้ามาให้ความช่วยเหลือด้วยครอบครัวว่าคำตอบจากหมอ กับหลักฐานที่มีตรงกันหรือไม่” น.ส.เอกล่าว

