จุฬา สังข์เรือง นำทีมเข้าชี้แจง กกต.เชียงใหม่ ถูกร้องเรียนถวายปัจจัยพระ งง ตัวเองเป็นมุสลิม เล็งฟ้องกลับ

เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำจังหวัดเชียงใหม่ นายจุฬา สังข์เรือง อดีตนายกเทศมนตรีตำบล (ทต.) แม่ริม อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นผู้สมัครนายก ทต.แม่ริม พร้อมผู้ที่ถูกร้องเรียน 6 คน และพยานอีก 3 คน รวม 9 คน ได้เข้าชี้แจงกรณีถูกร้องเรียนเรื่องถวายสังฆทานและปัจจัยให้พระสงฆ์ ณ วัดแห่งหนึ่งใน ต.แม่ริม ช่วงเลือกตั้งนายกและสมาชิกสภาเทศ
บาล (ส.ท.) ที่ผ่านมา

โดยให้ปากคำกับ พ.ต.ท.ปกรณ์กฤษณ์ ใหญ่โต พนักงานการเลือกตั้ง (ชำนาญการ) ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานสืบสวนสอบสวนและพรรคการเมือง พร้อมพนักงานสวน กกต. เพื่อบันทึกไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดีดังกล่าว ซึ่งนายจุฬาและผู้ถูกร้องเรียนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยใช้เวลาสอบปากคำนานหลายชั่วโมง

นายจุฬากล่าวว่า จากกรณีถูกร้องเรียนนั้นตนเพิ่งทราบข่าว โดย กกต.จังหวัดได้แจ้งให้ทราบ และให้มาชี้แจงข้อกล่าวหา ส่วนตัวรู้สึกตกใจ และงง เพราะตัวเองเป็นมุสลิม นับถือศาสนาอิสลาม มองว่าเป็นการกลั่นแกล้งการเมืองของฝ่ายตรงข้าม จึงมาชี้แจงข้อกล่าวหาดังกล่าว พร้อมนำบุคคลที่ถูกร้องเรียน และพยานที่อยู่ในเหตุการณ์มาชี้แจงกับ กกต. เนื่องจากสมาชิกกลุ่ม 9 พัฒนาที่ได้รับเลือกเป็น ส.ท. 3 ราย หลัง กกต.ได้รับรองเพียงวันเดียวก็ถูกคำสั่งเพิกถอนชื่อเป็น ส.ท.ภายหลัง ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว เพราะผู้ที่ถวายสังฆทานและปัจจัยทำบุญพระสงฆ์ เป็นชาวบ้านที่มาทำบุญที่วัดในช่วงเวลาเดียวกัน

นายจุฬากล่าวว่า ส่วนผู้สมัคร ส.ท. เข้าไปกราบขอพรก่อนออกหาเสียงเท่านั้น ตนนั่งอยู่ข้างๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องอย่างใด จึงเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับ กกต. ดังนั้น อาจฟ้องผู้กล่าวหาตาม ม.118 ฐานกลั่นแกล้ง เพื่อได้รับความเสียหาย ซึ่งต้องปรึกษาทนายความก่อน ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านนายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการ กกต.จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เลือกตั้งเทศบาลมีเรื่องร้องเรียน 90 กว่าเรื่อง ซึ่งรับเรื่องและทำสวนคดีกว่า 60 เรื่อง ซึ่งมีคดีที่สิ้นสุดแล้วเพียง 30% ที่เหลืออยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน ส่วนการประกาศรับรองเลือกตั้ง นายก และ ส.ท. รอบ 2 ไม่เกินวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดภายใน 50 วัน แต่ขยายเวลาการสอบสวนได้ 2 ครั้ง ครั้งละ 15 วัน รวมเป็น 80 วัน

“กรณีผู้ถูกร้องเรียนไม่ต้องตกใจ เพราะเป็นกล่าวหาฝ่ายเดียว หากนำพยานหลักฐานมาชี้แจงได้ ก็ไม่ต้องกลัว หรือกังวลใดๆ กกต.พิจารณาตามพยานหลักฐาน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ที่สำคัญอย่าได้หลงเชื่อผู้แอบอ้างว่าสามารถวิ่งเต้นล้มคดีได้ บางรายถูกมิจฉาชีพที่ทำเป็นกระบวนการหลอกเงินนับล้านบาท ซึ่งยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้

“ที่ผ่านมาได้ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ จับกุมกระบวนการหลอกเงินหรือตกเบ็ดเรียกทรัพย์ได้แล้ว 1 กลุ่ม โดยเรียกเงินผู้เสียหาย รวม 350,000 บาท ซึ่งได้ดำเนินตามกฎหมายแล้ว” นายเกรียงไกรกล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้CPL ตั้งโฮลดิ้งส์คอมปะนี มุ่งสร้าง New S-Curve กระจายความเสี่ยงธุรกิจ และสร้างกำไรในอนาคต
บทความถัดไปเลื่อนไต่สวนประกันตัว “จัสติน” ไป 1 มิ.ย. ระบุเหตุให้ผู้ต้องหาเบิกความตรงรักษามาตรฐาน