หน้าแรก ภูมิภาค สั่งรื้อหมายจ...

สั่งรื้อหมายจับคดีรุกชายหาดหัวหิน เล็งหน่วยงานส่อเกียร์ว่าง นายกเล็กแนะต้องทำอย่างรัดกุม

5.09.16 | 10:40 น.

เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ต.อ.ฉัตรไชย เรียนเมฆ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร (รอง ผบก.ภ.) รักษาการ ผบก.ภ. ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ ผกก.หัวหิน รายงานความคืบหน้าคดีบุกรุกชายหาดในเขตเทศบาลหัวหิน กรณีนายทุน 52 ราย ก่อสร้างอาคารรุกพื้นที่ชายหาด ตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิมถึงสะพานปลาหัวหินเพื่อประกอบธุรกิจโรงแรม ร้านอาหารซีฟู้ดขนาดใหญ่ บ้านพักอาศัย บริเวณริมถนนนเรศดำริห์ หลังจากศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2557 โดยเทศบาลเมืองหัวหินเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้บุกรุกทั้งหมดตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร 2522 ตั้งแต่ปี 2546 และที่ผ่านมาผู้พิพากษาได้พิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาหลายราย เนื่องจากไม่ได้เดินทางไปฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีดังกล่าว และล่าสุดทราบว่ายังไม่มีผลการจับกุมผู้ต้องหาแต่อย่างใด ขณะที่เทศบาลหัวหินยังไม่มีคำสั่งบังคับคดีให้ผู้บุกรุกรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง

นายสุทธิพงษ์ คล้ายอุดม นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า ฝ่ายปกครองได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือ ดีเอสไอ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) พร้อมเจ้าหน้าที่ทหารจาก กอ.รมน.ส่วนกลาง จะลงพื้นที่เพื่อร่วมกันตรวจสอบและเร่งรัดดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายในฐานความผิดบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ มีการปล่อยน้ำเสียทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

201609051017312-20021028190357

“รวมทั้งจัดการปัญหาจากการทำหน้าที่ของบางหน่วยงาน เข้าข่ายส่อเจตนาละเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 เนื่องจากพบว่า กลุ่มนายทุนดังกล่าวมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนักการเมืองท้องถิ่นบางราย และเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพล จึงไม่มีหน่วยงานในพื้นที่ ใช้อำนาจหน้าที่ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย” นายสุทธิพงษ์กล่าว และว่า การดำเนินการกับผู้บุกรุกทั้ง 52 ราย จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการจัดระเบียบชายหาดหัวหินของผู้ประกอบการเตียงผ้าใบ ริมชายหาด ตามที่มีบางฝ่ายแอบอ้างเพื่อสร้างมวลชนให้ออกมากดดันและขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่

ขณะที่นายนพพร วุฒิกุล นายกเทศมนตรีเทศบาลหัวหิน มีเอกสารชี้แจงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระบุว่าปัจจุบันสภาพอาคารบริเวณดังกล่าวมีการเปลี่ยนแปลงสภาพ ดังนั้นการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการบังคับคดีจะต้องมีความรัดกุม รอบคอบ ต้องพิสูจน์ทราบให้ได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ปรากฏ เพื่อให้ได้ข้อยุติว่าอาคารใดที่ถูกดำเนินคดี และปัจจุบันมีผู้ใดเข้าครอบครอง

Advertisement