หน้าแรก ภูมิภาค รวบแก๊งแรงงาน...

รวบแก๊งแรงงานพม่าตระเวนปล้นทรัพย์ ตร.มหาชัยไม่นำตัวมาแถลงแต่โชว์ผัง-ของกลางแทน

5.09.16 | 16:00 น.

เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.วันที่ 5 กันยายน ที่หน้าห้องสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.สรศักดิ์ เย็นเปรม รอง ผบช.ภ.7 รักษาราชการแทน ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร และพ.ต.อ.สุระพรรณ นาทวรทัต ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้เผยผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุททรสาคร ในการจับกุมแรงงานชาวเมียนมา ที่ร่วมกันก่อเหตุปล้นทรัพย์ มีผู้ต้องหา 5 คน คือ 1.นายเจมส์ สัญชาติพม่า อายุ 20 ปี  2.นายอู สัญชาติพม่า อายุ 18 ปี  3.นายดำ สัญชาติพม่า อายุ 26 ปี  4.นายปิว สัญชาติพม่า อายุ 22 ปี และ 5.นายปาย สัญชาติพม่า อายุ 25 ปี ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดและเพื่อให้พ้นการจับกุม,เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมของกลางรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นฟีโน่หมายเลขทะเบียน 1กจ-8058 สมุทรสาคร รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่นมีโอ อาวุธปืนปลอมจำนวน 1 กระบอก และโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหายอีก 8 เครื่อง

สำหรับแก๊งแรงงานเมียนมาที่ถูกจับกุมในข้อหาปล้นทรัพย์นี้ ได้ร่วมกันก่อเหตุถึง 3 ครั้งติดต่อกัน โดยเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2559 ก่อเหตุปล้นคนงานสัญชาติลาว ขณะกำลังเดินข้ามสะพานลอย ได้โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง กับเงินสดจำนวนหนึ่ง ต่อมาวันที่ 29 สิงหาคม 2559 ก่อเหตุปล้นคนไทย 2 รายซ้อน โดยรายแรกในเวลาประมาณ 22.50 น. ก่อเหตุปล้นหนุ่มไทยในซอยแห่งหนึ่งขณะกำลังปั่นจักรยานจะไปหาพี่ชาย ได้โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง และเงินสด จากนั้นห่างกันเพียงแค่ 10 นาที ขณะกลุ่มคนร้ายกำลังขับรถหลบหนีก็ไปก่อเหตุปล้นทรัพย์รายที่ 2 เป็นชายหญิงคู่หนึ่งที่ยืนรอรถอยู่ริมถนน ได้เงินสด โทรศัพท์มือถือ และทรัพย์สินไปอีกหลายรายการ

201609051326445-20111227181521

ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้รับแจ้งเหตุ ก็ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิด และสืบสวนติดตามจนกระทั่งสามารถจับกุมตัวคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุมาได้ 5 คน แต่ยังมีผู้ที่หลบหนีไปได้อีก 1 คน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร กำลังดำเนินการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนบรรยากาศของการแถลงผลการจับกุมในครั้งนี้ ก็ไม่มีการนำตัวผู้ต้องหามาด้วยแต่อย่างใดทั้งสิ้น มีเพียงแค่แผ่นชาร์ตแผนผังแสดงขบวนการของคนร้าย กับของกลางเท่านั้น เนื่องจากเป็นข้อบังคับที่เพิ่งออกมาใหม่ว่า ห้ามนำผู้ต้องหามาแถลงข่าว ให้แถลงแต่เฉพาะผลการดำเนินงานเท่านั้น เนื่องจากเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อีกทั้งต่อไปหากผู้ต้องดังกล่าวนั้นมิได้เป็นผู้กระทำความผิดหรือกระทำความผิดจริงแต่เมื่อพ้นโทษตามคำพิพากษาแล้วจะทำให้เขาเหล่านั้นไม่มีพื้นที่ยืนในสังคมและหวนกลับไปซ้ำรอยเดิมด้วยการกระทำความผิดซ้ำอีกได้

Advertisement