วันที่ 5 ก.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน คืบหน้าเหตุร้องสอบพฤติกรรมไม่โปร่งใสในศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร นายณรงค์ศักดิ์ เฉลิมเกียรติ รอง ผวจ.รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการ จ.สมุทรสาคร ล่าสุด ได้สั่งการมอบหมาย นายวิจักขณ์ ชินโคตรพงศ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร เร่งดำเนินการเรียกประชุมฝ่ายปกครองออกรายงานผลสอบสวนแล้วเสร็จใน 15 วัน กรณีคณะกรรมการสอดส่องประจำศาลหลักเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร ถูกร้องเรียนมีปัญหาไม่โปร่งใส
โดยล่าสุดนายชาญชัย กุลพงษ์ ฐานะผู้ช่วยพระวัดเจษฎาราม (ฐานะตัวแทน) และคณะผู้ร้องเรียน พร้อมด้วยนายบุญช่วย ถมยาแก้ว อายุ 73 ปี ได้เข้าพบ นายณรงค์ศักดิ์รักษาราชการ ผวจ.สมุทรสาคร เพื่อเร่งรัดความคืบหน้า (ที่ศาลลากลางจังหวัด) ประกอบด้วย 5 ข้อ ประเด็นข้องใจให้ดำเนินการ ข้อที่ 1.ตรวจสอบกรณี นายบุญช่วย ถมยาแก้ว อายุ 73 ปี จนท.ดูแลศาลเจ้าฯถูกสั่งเลิกจ้างงานว่าไม่รับความเป็นธรรม, ประเด็นที่ 2.สอบข้อเท็จจริงที่มา กก.ชุดล่าสุดมาอย่างถูกขั้นตอนและกฎหมายหรือไม่, ข้อ 3.ตรวจสอบบัญชีเงินรายรับรายจ่ายและเงินเข้า-ออกไม่ได้รายงานต่อสาธารณะชนย้อนหลัง 3 ปี, ข้อ 4.การนับเงินเข้าแต่ละครั้งได้มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอหรือธนาคาร เข้าร่วมตรวจนับตามข้อบังคับด้วยหรือตามกฎระเบียบหรือไม่, และข้อ 5.รายงานใช้งบใช้งานแห่เจ้าพ่อหลักเมือง(ครั้งล่าสุด) ได้มีการติดประกาศจำนวนเงินที่ทำบุญของประชาชนตลอดระหว่างจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อในการใช้จ่ายและเงินคงเหลือได้แจ้งต่อสาธารณะทราบหรือไม่
นายวิจักขณ์ ปลัดจังหวัดฯ กล่าวหลังฐานะรับมอบหมายจัดการเร่งรัดปัญหาดังกล่าวว่า ได้เรียกฝ่ายปกครองอำเภอออกรายงานฐานะผู้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้างแล้ว ในส่วนของข้อ1 แยกออกจาก 5 ประเด็นร้องเรียน ซึ่งกรณีลุงบุญช่วย จนท.ดูแลศาลมานานนั้นไม่เข้าข่ายทาง สนง.สวัสดิการคุ้มครองแรงงานจังหวัด ระบุไม่เข้าข่ายกฎหมายนอกเหนือจากบทบาทหน้าที่พิจารณา (ฐานะกุศลสถาน) จึงแนะนำลุงบุญช่วย ตัดสินใจกันระหว่าง 2ฝ่ายกับกรรมการฯว่า จะรับเงื่อนไขในการเยียวยากันอย่างไรตามข้อตกลงกันอย่างไร ก่อนให้มารายงานผลในกำหนดเวลาไม่เกิน 15 วันให้ทราบ
นายวิจักขณ์กล่าวว่า ส่วนข้อประเด็นที่เหลือ 2-5 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นการตรวจสอบถึงความโปร่งใสตามข้อบังคับของกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในหน้าที่ฝ่ายปกครองดูแล อย่างไรก็ตามได้กำชับพร้อมเน้นย้ำเร่งตรวจสอบความโปร่งใสต่างๆ รวมถึงเรื่องการทำบัญชีใช้เงินบริจาค ตลอดจนเงินเข้าออกภายในศาลให้มาชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่อย่างเป็นทางการ ซึ่งมีกำหนดให้ภายใน 15 วัน ทั้งนี้ให้แล้วเสร็จก่อนจะมีการครบวาระของคณะเจ้าหน้าที่ศาลคือ 1 ก.ย.ที่จะถึงนี้ อย่างไรก็ตามเร่งสรุปผลให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบต่อไป
นายบุญช่วย ถมยาแก้ว กล่าวว่า หลังมีคำตัดสินออกมาไม่ติดใจอะไรซึ่งส่วนตัวและครอบครัวมีความผูกพันเคารพศรัทธาองค์เจ้าพ่อหลักเมืองมาช้านาน ทั้งทำงานในที่แห่งนี้สืบทอดจากคุณพ่อคอยรับใช้เจ้าพ่อและร่างทรงเมื่อยามมีการลงทรงเจ้าประจำปี ทั้งคอยเฝ้าเปิด-ปิดประตูศาลแต่เช้ายันค่ำทุกวัน ตลอดจนเฝ้าเหตุน้ำท่วมมาประมาณ 49 ปีแล้ว ซึ่งรู้สึกพอใจที่ได้แยกเรื่องปัญหาของผมออก 5 ข้อ โดยตนเองนั้นไม่ได้เกี่ยวเรื่องร้องเรียนแต่อย่างใด ทั้งนี้ยินยอมเจรจาและหากมีข้อต่อรองกับ กก.ตามเงื่อนไขที่พอรับได้ต่อไป
ด้านนายชาญชัย กล่าวยอมรับว่า ตนและกลุ่มตัวแทนพอใจเป็นอย่างยิ่งในคำชี้คืบหน้าอย่างไรก็ตามได้ร้องเรียนกับศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดฯ มานานกว่าหนึ่งเดือนคือตั้งแต่ 15ก.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไร้ความชัดเจนแก้ปัญหา เป็นเหตุให้วันนี้ต่างพากันบุกขึ้นศาลากลางเพื่อจี้ติดตามผลสอบสวนส่อทุจริตดังกล่าว

