โคราชคุมเข้มคลัสเตอร์โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ สระบุรี ขยายวงครอบครัว เด็กอายุ 4 และ 7 ปี ติดเชื้อจากญาติ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 2 มิถุนายน ที่ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา นายจรัสชัย โชคเรืองสกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา พร้อมนายแพทย์ชาญชัย บุญอยู่ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในฐานะคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ร่วมประชุมครั้งที่ 97/2564 ผ่านโปรแกรม ZOOM ในระเบียบวาระการดำเนินมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุม การแพร่ระบาดโรคติดต่อในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา การติดตามผลการดำเนินงานตามมาตรการและข้อสั่งการของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ

นพ.ชาญชัย ชี้แจงสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดต่อเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ 32 อำเภอ พบผู้ป่วยระลอกใหม่ 2 ราย อยู่ในพื้นที่ อ.ปากช่อง รวมยอดสะสม 943 ราย เสียชีวิต 11 ราย รักษาหาย 799 ราย และยังรักษาอยู่ 133 ราย การสอบสวนระบาดวิทยาผู้ป่วยลำดับที่ 940 หญิงอายุ 23 ปี และลำดับที่ 941 หญิงอายุ 24 ปี ทั้ง 2 รายเป็นชาว อ.ปากช่อง ไทม์ไลน์ วันที่ 20 พฤษภาคม เดินทางไปสมัครงานที่โรงงานแปรรูปเนื้อไก่ ซีพีเอฟ แก่งคอย จ.สระบุรี วันที่ 21-23 พ.ค. ปฐมนิเทศภายในโรงงานดังกล่าว

นพ.ชาญชัยกล่าวว่า จากนั้นวันที่ 24-25 พ.ค. เดินทางไปทำงานโดยนั่งรถตู้ วันที่ 26-28 พ.ค. หยุดทำงาน วันที่ 29 พ.ค. โรงงานแจ้งมีลูกจ้างติดเชื้อจำนวนมาก วันที่ 31 พ.ค. ตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลปากช่องนานา อ.ปากช่อง วันที่ 1 มิ.ย. ทราบผลยืนยันติดเชื้อ จึงติดตามกลุ่มเสี่ยงที่เป็นบุคคลในครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มีกิจกรรมทางสังคม ล่าสุด การติดเชื้อขยายวง 2 กลุ่มครอบครัว จำนวน 2 ราย ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลานพักอาศัยและรับประทานอาหารร่วมกัน คือผู้ป่วยลำดับที่ 942 เด็กหญิงอายุ 7 ปี และลำดับที่ 943 เด็กชายอายุ 4 ปี ทั้ง 2 ราย มีภูมิลำเนา ต.ปากช่อง อ.ปากช่อง ถือเป็นคลัสเตอร์ขยายวงจากโรงงานซีพีเอฟ แก่งคอย จ.สระบุรี

ทั้งนี้ ได้รับแจ้งจากโรงงานแปรรูปเนื้อไก่เพิ่มเติมว่า มีลูกจ้างชาว จ.นครราชสีมา จำนวน 358 คน หลังโรงงานปิดปรับปรุงสภาพแวดล้อม อาจมีการเคลื่อนย้ายของประชากรและส่วนหนึ่งเดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา มีคำสั่งให้นายอำเภอ 32 แห่ง บูรณาการทุกภาคส่วนดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อร้ายแรงอย่างเคร่งครัด กรณีเดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุด หรือพื้นที่เสี่ยงสูงต้องมารายงานตัวกับผู้นำชุมชนหรืออาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ในพื้นที่พักอาศัยภายใน 12 ชั่วโมง หากละเมิดไม่ปฏิบัติตามถือเป็นพฤติการณ์ฝ่าฝืนมาตรา 49 พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) โรคติดต่อ พ.ศ 2558 อัตราโทษระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อตัดวงจรการแพร่เชื้อให้เบ็ดเสร็จ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ : ปฏิรูปกฏหมาย (ตอนที่2)
บทความถัดไป‘ลุงป้อม’ ห่วงเยาวชนใต้ ส่งที่ปรึกษา รมว.แรงงาน มอบชุดธารน้ำใจสภากาชาดไทยสู้ภัยโควิด