วันที่ 7 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ศรีสะเกษ ว่าจากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปภาพและเสียงการสอบถามซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญของพยานปากเอกที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายไม้พะยูงของกลางจากส่วนราชการแห่งหนึ่งนำขึ้นรถของทางราชการแล้วไม้พะยูงของกลางจำนวน 9 ท่อน มูลค่าประมาณ 1 ล้านบาท ได้สูญหายไป ซึ่งเสียงในคลิปภาพได้ระบุว่า มีบิ๊กข้าราชการของส่วนราชการแห่งหนึ่งได้ยืนสั่งการให้พนักงานราชการและลูกจ้างช่วยกันขนไม้พะยูงของกลางขึ้นรถ โดยอ้างว่าจะนำเอาไปที่หน่วยป้องกันและรักษาป่าที่ ศก.4 แต่ปรากฏว่าได้นำเอาไม้พะยูงของกลางไปส่งไว้ที่บริเวณป่าข้างสวนยางพารา เส้นทางเข้าบ้านสายลวด เขต อ.ภูสิงห์ และมีกลุ่มบุคคลนำเอารถมาขนเอาไม้พะยูงของกลางไปต่อ โดยคลิปภาพนี้ได้ถูกส่งไปยังสื่อมวลชนทุกแขนงของ จ.ศรีสะเกษ ทำให้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง เนื่องจากว่าในคลิประบุตัวบุคคลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้อย่างชัดเจนมาก
เพื่อเป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปที่ส่วนราชการแห่งหนึ่ง (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา) ซึ่งตั้งอยู่ในเขต ต.ดงรัก อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ และเป็นสถานที่เก็บรักษาไม้พะยูงของกลางที่ทางเจ้าหน้าที่จับกุมได้นำเอามาเก็บไว้จำนวนมาก ซึ่งพบว่าทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี ได้ส่งผู้บริหารระดับสูง จำนวน 2 นาย มาตรวจสอบและทำการสอบสวนข้อเท็จจริงในเรื่องนี้แล้ว
ต่อมา นายวสันต์ ปิ่นเงิน หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ได้นำสื่อมวลชนไปตรวจสอบดูสภาพการเก็บรักษาไม้พะยูงและของกลางจำนวนมาก มีทั้งไม้พะยูง รถยนต์ รถเข็นและรถจักรยานยนต์ โดยไม้พะยูงของกลางทั้งหมดได้มีการจัดแยกไว้เป็นกองๆ และมีการจัดทำป้ายติดไว้ว่า ไม้พะยูงของกลางจับกุมมาจากที่ใด คดีอาญาที่เท่าไร จำนวนท่อน และจำนวนปริมาตร ระบุไว้ชัดเจน โดยกองไม้พะยูงส่วนหนึ่งจะอยู่รอบบ้านพักของ หน.เขตพันธุ์รักษาสัตว์ป่าห้วยศาลา และรอบบริเวณบ้านพักของเจ้าหน้าที่ และไม้พะยูงของกลางส่วนหนึ่งจะกระจายเป็นกองๆ อยู่รอบบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า
นายวสันต์ได้เปิดเผยว่า ไม่ทราบว่าเรื่องนี้มีการเผยแพร่ออกไปได้อย่างไร โดยไม้พะยูงของกลางทั้งหมดได้มีการจัดเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดีไม่มีการนำเอาออกไปนอกบริเวณที่ทำการเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลาแต่อย่างใด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบตัดไม้พะยูงอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการรักษาป่าและสัตว์ป่าตามนโยบายของหน่วยเหนืออย่างเต็มที่มาโดยตลอด การที่มีการทำเรื่องนี้ออกมาคาดว่าเกิดจากการที่ตนปฏิบัติหน้าที่ราชการอย่างเข้มงวด ทำให้บรรดากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการค้าไม้พะยูงไม่พอใจ จึงได้หาทางกลั่นแกล้งใส่ร้ายตนในครั้งนี้ พร้อมที่จะพิสูจน์ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ว่าไม่ได้เป็นไปตามที่มีการกล่าวหาร้องเรียนแต่อย่างใด
ขณะที่ทางด้านผู้บริหารระดับสูงทั้ง 2 นาย ที่มาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ ปฏิเสธที่จะเปิดเผยชื่อและตำแหน่ง ได้ให้ข้อมูลว่า การที่พวกตนมาในครั้งนี้เนื่องจากได้รับคำสั่งจาก ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 จ.อุบลราชธานี เพื่อให้มาเยี่ยม และมาตรวจดูสถานการณ์ทั่วไปและติดตามการปฏิบัติงานของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา ทั้งนี้ เพื่อที่จะได้นำข้อมูลกลับไปรายงานให้ผู้บังคับบัญชาได้ทราบ ส่วนกรณีที่มีคลิปภาพและเสียงนั้น ก็คงจะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการของทางราชการกันต่อไป

