จบด้วยดี ลูกค้ายกครอบครัวขอโทษเจ้าของร้านชาบู จ.ราชบุรี พลั้งปากด้วยอารมณ์ ไม่มีเจตนาโกง

จากกรณีเจ้าของร้านชาบู โคยกี๊ หม้อไฟ ตั้งอยู่เลขที่ 143 ถนนวรเดช ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี ออกมาเผยเรื่องราวลูกค้าที่เข้ามาทานแล้วไม่จ่ายเงิน โดยโพสต์เตือนภัยให้ร้านค้าอื่นๆ ระวัง เหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.64

หลังจากเรื่องราวเผยแพร่ออกไป สังคมได้วิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของครอบครัวดังกล่าวจำนวนมาก และมีการตั้งคำถามว่ามีพฤติกรรมในลักษณะนี้อีกหรือไม่ ต่อมา เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน นายภาวัต สงวนหงส์ อายุ 42 ปี เจ้าของร้าน พร้อมด้วยพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี ดำเนินคดีกับครอบครัวดังกล่าว เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างและไปทำกับร้านใครอีก

ล่าสุด เมื่อเวลา 18.30 น. วานนี้ (14 มิถุนายน) ครอบครัวคู่กรณีเดินทางมาพบ ร.ต.ท.เจริญทรัพย์ โพธิ์พระ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองราชบุรี เจ้าของคดี ตามนัดหมาย เพื่อเจรจาพูดคุยกับทางนายภาวัต เจ้าของร้านชาบู ซึ่งเป็นการพูดคุยกันด้วยดีทั้ง 2 ฝ่าย

นางพา (นามสมมุติ) และนายซุบ (นามสมมุติ) สามีภรรยา เล่าเหตุการณ์ในวันดังกล่าวว่า ได้พาลูกทั้ง 2 คน ขับรถยนต์มาทำธุระในเมืองราชบุรี และลูกๆ อยากกินชาบูจึงมานั่งที่ร้านโคยกี๊ หม้อไฟ พอนำรถมาจอดที่ร้าน ตนได้สอบถามกับพนักงานว่าที่ร้านให้บริการอย่างไร บุฟเฟต์ หรืออาลาคาร์ท พนักงานแจ้งว่าที่ร้านเป็นแบบอาลาคาร์ท จากนั้นก็พากันเดินไปนั่งที่โต๊ะตามในคลิปจากกล้องวงจรปิด ซึ่งนายซุบนั่งโต๊ะเบอร์ 15 ส่วนตนนั่งเบอร์ 14 ลูกชายคนเล็กนั่งเบอร์ 13 และลูกชายคนโต อายุ 12 ปี นั่งโต๊ะเบอร์ 12

นางพากล่าวว่า จากนั้นพนักงานเดินมาสอบถามว่าทานน้ำซุปอะไร และได้นำมาให้ตามเตาของแต่ละคน พร้อมนำบิลรายการอาหารมาให้ ครอบครัวสั่งไปทั้งหมด 8 รายการ เป็นเงินจำนวน 140 บาท สามีสั่งมา จำนวน 10 รายการ 175 บาท พนักงานยกอาหารมาให้ นั่งทานกันตามปกติ ขณะที่ลูกชายคนโตสั่งอาหารมา จำนวน 42 รายการ ในตอนนั้นคิดว่าสั่งไม่กี่อย่าง และลูกก็คงเข้าใจว่าสั่งรายการอาหารแบบบุฟเฟต์ จึงได้สั่งที่ตนเองชอบกินมา เมื่อพนักงานยกเมนูอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟก็ตกใจ เพราะเยอะมาก คิดว่าจะต้องราคาสูงอย่างแน่นอน ซึ่งสามีก็ทำเสียงดังใส่เพราะคิดว่าพนักงานจัดของมามั่ว ตนก็ได้ห้ามเอาไว้ จากนั้นสามีก็ลุกเดินออกจากร้านไปเพื่อหาซื้อบุหรี่มาสูบ

นางพากล่าวอีกว่า ตนได้เรียกพนักงานมาดูว่ารายการอาหารที่สั่งมาถูกต้องหรือไม่ และเจรจาเพื่อจะขอคืนเมนูอาหาร แต่ทางร้านแจ้งว่าไม่สามารถคืนได้ ในขณะที่กำลังพูดคุยกับพนักงาน ซึ่งเป็นผู้จัดการร้าน ได้ยินเสียงการวางจานชามเสียงดัง จึงคิดว่าประชด หรือไม่พอใจอะไรตน ทำให้ตนเกิดมีอารมณ์โมโหขึ้นมา จึงได้ตอบไปว่ามีเงินมาเพียงแค่ 200 บาท และอ้างว่าลูกชายอายุ 12 สั่ง ถ้าอยากได้เงินก็ให้ไปแจ้งความจับเด็กแล้วกัน อยากจะเอาเรื่องกับเด็กหรือไง

นางพากล่าวว่า จากนั้นพนักงานได้ติดต่อกับเจ้าของร้าน ซึ่งขณะนั้นอยู่กรุงเทพฯ เจ้าของร้านได้พยายามขอคุยด้วย แต่ตนไม่ยอมคุย จนกระทั่งเจ้าของร้านแจ้งกับพนักงานมาว่ามื้อนี้ให้ตนกินฟรี พนักงานก็มาแจ้งย้ำว่าให้ทานฟรี เมื่อสามีเดินทางกลับมาและเดินเข้ามาทานตามปกติ ตนต้องขออธิบายว่าตนมีเงินและพร้อมที่จะจ่ายให้ แต่เมื่อเจ้าของร้านและพนักงานร้านก็มายืนยันว่าให้ตนกินฟรี แล้วจะให้ตนจ่ายได้อย่างไร หลังจากที่ทานกันหมดแล้ว แต่ของที่สั่งมาเกินก็ได้คืนให้ร้านไป เพราะลูกทานไม่หมดแน่ คิดว่าเรื่องน่าจะจบและไม่มีอะไร จากนั้นจึงได้พากันกลับบ้าน

“วันนี้ต้องขอโทษทางเจ้าของร้านด้วยที่ทำปฏิกิริยาแบบนั้นไป เพราะเป็นการเข้าใจผิด หลังจากทางร้านได้โพสต์ข้อความเรื่องราวออกไป ทำให้ตัวเองได้รับผลกระทบ มีแต่คนเข้ามาต่อว่า และเข้าใจตนเองผิด ทั้งๆ ที่ครอบครัวไม่ใช่มิจฉาชีพแต่อย่างใด เรามีเงินพร้อมที่จะจ่ายให้กับทางร้าน แต่ทางร้านแจ้งว่าให้ทานฟรี เลยไม่ได้จ่ายให้ไป และได้พยายามติดต่อกับเจ้าของร้าน แต่ไม่สามารถติดต่อได้

“จนมาทราบว่าได้เข้าแจ้งความกับครอบครัวไว้ จึงได้ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อขอเจรจากับเจ้าของร้านและจะนำเงินค่าอาหารไปชำระให้เต็มจำนวน ซึ่งตอนนี้ครอบครัวได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก จึงขอให้สังคมเข้าใจและอย่าซ้ำเติมกัน เราไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้ามาหลอกกินฟรี และก็ต้องขอโทษเจ้าของร้านชาบูอีกครั้ง” นางพากล่าว

ด้านนายภาวัต เจ้าของร้าน กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ได้ติดใจเอาความใดๆ แล้ว เพราะทั้งครอบครัวก็เข้ามาเจรจากันต่อหน้าพนักงานสอบสวนและสื่อมวลชน ซึ่งเป็นคนกลาง จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนยืนยันว่าร้านของเรามีการบริการที่เป็นมาตรฐาน เวลาลูกค้าเดินเข้ามาที่ร้านก็จะแจ้งให้ลูกค้าทราบว่าร้านเราเป็นแบบอาลาคาร์ท  เราเน้นย้ำในด้านการบริการ ทั้งกิริยามารยาทในการรับลูกค้า

นายภาวัตกล่าวว่า ส่วนที่ลูกค้าบอกว่าพนักงานทำกิริยาเหมือนวางชามเสียงดัง ซึ่งดังมาจากในครัว ตรงนี้ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องปกติของทางร้าน เพราะเราเป็นร้านเล็กๆ เสียงค่อนข้างจะดังถึงกัน ระหว่างโต๊ะนั่งของลูกค้ากับห้องครัว ทำให้ได้ยินเสียงดัง การวางหรือเทจานชามที่ลูกค้าทานอิ่มแล้ว ตรงนี้เราก็ปรับความเข้าใจกัน ทางลูกค้าก็เข้าใจกันดี ส่วนประเด็นอื่นๆ ร้านเรามีกล้องวงจรปิดติดทุกมุมสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ทั้งหมด และเพื่อความปลอดภัยกับทางร้านและลูกค้าที่มาใช้บริการ จึงยืนยันได้ว่าพนักงานของเราไม่มีการสร้างปฏิกิริยากับทางลูกค้า และจากภาพในคลิปก็จะเห็นพนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟตามจำนวนที่ลูกค้าสั่ง และทางคุณแม่ก็ได้เรียกพนักงานมาสอบถามและถามถึงเรื่องการจัดอาหารมาผิดหรือไม่ เพราะคงคิดว่าเห็นเมนูอาหารมาจำนวนมาก

“วันนี้อธิบายให้ลูกค้าเข้าใจแล้ว และได้อธิบายลูกค้าเพิ่มเติมไปว่า กรณีที่ลูกค้าทานไม่หมด จะไม่สามารถคืนได้ ทางร้านจะห่อให้ลูกค้านำกลับบ้านได้ แต่ในเหตุการณ์นี้ลูกค้ายืนยันว่าจะขอคืนทางร้าน ผมก็ไม่ถือหรือติดใจเอาความ ส่วนสาเหตุที่นำเรื่องราวไปโพสต์นั้นก็เพราะเห็นทะเบียนรถยนต์ที่ขับมาเป็นทะเบียนกรุงเทพมหานคร จึงได้ฝากเพื่อแจ้งเตือนร้านทั่วไปที่อยู่ในจังหวัดราชบุรี” นายภาวัตกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า หลังจากทั้ง 2 ฝ่ายเจรจาตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย พนักงานสอบสวนได้ลงบันทึกสำนวนคดีว่า วันนี้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้เจรจาตกลงกันว่าเป็นการเข้าใจผิดกัน ตามที่นางพา (นามสมมุติ) นายซุบ (นามสมมุติ) บอกเพียงว่ามีเงินมาเพียง 200 บาทนั้น แสดงเจตนาว่าไม่มีเงินจ่ายค่าอาหาร เพียงแต่พลั้งปากไปด้วยอารมณ์ ไม่ได้มีเจตนาโกงค่าอาหารแต่อย่างใด และนายภาวัต เจ้าของร้าน ไม่ติดใจดำเนินคดีกับคู่กรณีอีก จึงแจ้งต่อพนักงานสอบสวน และได้จัดให้คู่กรณีทั้งสองฝ่ายลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

จากนั้นนางพาได้โอนเงินสด จำนวน 1,360 บาท ซึ่งเป็นค่าอาหารตามใบเสร็จเต็มจำนวนที่กินให้กับนายภาวัต แม้ทางนายภาวัตจะไม่รับก็ตาม เพราะได้แจ้งไปแล้วว่าให้ทานฟรี ทั้งนี้ คู่สามีภรรยาได้โอนเงินให้กับเจ้าของร้านชาบูเพื่อความสบายใจว่าตนได้จ่ายไปในสิ่งที่ครอบครัวได้ทานไปแล้ว

ในส่วนของนายภาวัตได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปจัดสรรให้กับพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อขวัญและกำลังใจที่ได้เจอกับเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมเชิญชวนให้ครอบครัวนางพา หากมีโอกาสกลับมาเป็นลูกค้าอุดหนุนในโอกาสต่อๆ ไป พร้อมให้ส่วนลดกรณีพิเศษด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้กทม.จ่อประกาศพื้นที่ทำการค้าคราวละ 2 ปี ขยับย่านบางลำพูเป็นพื้นที่อัตลักษณ์
บทความถัดไปไม่ปลื้ม! ‘โรนัลโด้’ ขยับน้ำอัดลมออกแล้วชูขวดน้ำเปล่ากลางโต๊ะแถลงข่าว (คลิป)