พ่อแม่น้องเปียโน เหยื่อพิตบูล ยันสู้ต่อในชั้นศาล ยื่นฟ้องแพ่ง-อาญา (คลิป)

พ่อแม่น้องเปียโน เหยื่อพิตบูล ยันสู้ต่อในชั้นศาล ยื่นฟ้องแพ่ง-อาญา

จากเหตุการณ์ที่น้องเปียโน เด็กหญิงวัย 3 ขวบเศษ ถูกสุนัขพันธุ์พิตบูลสีขาว เพศเมีย ซึ่งเป็นสุนัขที่เพื่อนบ้านในซอยเดียวกันเลี้ยงไว้ หลุดออกมาจากบ้านพักก่อนจะวิ่งเข้ามาขย้ำกัดที่แขนของเด็ก 3 แผล ขณะที่ขี่รถจักรยายนต์เด็กเล่นอยู่บริเวณถนนหน้าบ้านของหนูน้อยจนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 17.45 น.ที่ผ่านมา ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง พื้นที่หมู่ที่ 3 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมืองสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร นั้น

ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายของวานนี้ (15 มิ.ย.)ได้มีเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลบางหญ้าแพรก ศูนย์ดำรงธรรมของเทศบาล และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ เข้าไปรับฟังปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อเจรจากับทั้งสองฝ่าย แม้จะได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า ทางนายจุฑาวัชร วิชกูล อายุ 30 ปี เจ้าของสุนัข ยังคงขอเลี้ยงหมาไว้ในที่เดิม ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยเป็นหลัก โดยจะมีการทำพื้นที่ด้านหลังบ้านกั้นให้แข็งแรงมิดชิด และจะมีการทำหมัน กับตัดเขี้ยวออกด้วยนั้น แต่ข้อสรุปดังกล่าวก็ยังไม่เป็นไปตามความประสงค์ที่ชัดเจนของพ่อแม่น้องเปียโน ที่เคยได้แจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ผู้สื่อข่าวได้สอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับข้อสรุปดังกล่าวจาก นายกัลป์พล คุณนุช อายุ 34 ปี และ นางสาวศิริมาศ คุณนุช อายุ 33 ปี พ่อแม่ของน้องเปียโน ซึ่งก็เปิดใจกับผู้สื่อข่าวอีกครั้งว่า ทางเราได้ขอเจ้าหน้าที่ให้นำหมาออกไปไว้ที่อื่น แต่เจ้าของหมาไม่ยอม บอกว่าจะทำที่กั้นแยกโซนหมาไว้หลังบ้าน พร้อมกับจะทำหมันและตัดเขี้ยวออกเพื่อลดความดุร้ายลง ซึ่งทางเราที่เป็นพ่อกับแม่เห็นลูกเจ็บก็ไม่ได้ยินยอม แต่ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ขอให้เป็นทางออกในเบื้องต้นไปก่อน ส่วนที่เหลือจะว่ากันยังไงให้ไปว่ากันในชั้นศาล ซึ่งพ่อกับแม่ก็จะเดินหน้าฟ้องศาลให้ถึงที่สุดทั้งทางแพ่งและอาญา

พ่อแม่น้องเปียโนบอกด้วยว่า เหตุที่เรายืนยันไม่ยอมให้เขาเลี้ยงสุนัขไว้ที่บ้าน ไม่ใช่ว่าเราไม่รักสัตว์ แต่เพราะรู้สึกว่าไม่มีความปลอดภัยต่อภาวะจิตใจเด็ก เราซื้อบ้านเราก็อยากได้สังคมที่ดีมีความปลอดภัยโดยเฉพาะกับลูก อีกทั้งวันข้างหน้าถ้าเขาจะเลี้ยงสุนัขตัวใหม่ ก็ยังสามารถนำพิตบูลตัวอื่นมาเลี้ยงได้อีก กลายเป็นอันตรายต่อส่วนรวม เราจึงต้องต่อสู้ต่อไป เราพร้อมที่จะสู้ทั้งแพ่งและอาญา ส่วนเรื่องค่ารักษาพยาบาลตอนนี้หมดไปแล้วเกือบ 1 แสนบาท แต่ยังคงต้องรอรวบรวมจนกว่าการรักษาจะสิ้นสุด เพราะทุกวันนี้น้องยังคงต้องเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้า 5 เข็ม และล้างแผลที่เย็บไปกว่า 20 เข็มทุกวัน โชคดีที่ไม่ถูกจุดสำคัญ แต่จุดที่น่าเป็นห่วงคือ สภาพจิตใจของน้อง ทุกวันนี้ลูกไม่กล้าเข้าบ้าน น้องกลายเป็นเด็กขวัญผวา นอนตกใจกรีดร้อง ออกมาหน้าบ้านก็หวาดกลัวจะเจอหมา ดังนั้นทางครอบครัวของเราจึงไม่อยากให้มีสุนัขพันธุ์ดุร้ายแบบนี้อยู่ในหมู่บ้านเพื่อความปลอดภัยของทุกคนในหมู่บ้าน โดยเฉพาะเด็กๆ ส่วนเรื่องความชัดเจนของหมู่บ้านนั้นก็รออยู่

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้โฉมหน้า ‘ตาแนว’ วัย 82 ยึดอาชีพปีนต้นตาลกว่า 64 ปี บอก ‘เหมือนออกกำลังกาย ปีนไม่ไหวถึงหยุด’ (คลิป)
บทความถัดไปช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ ล่อซื้อน้ำส้ม กระทบใจปชช. “โกศลวัฒน์” เรียกร้องให้ความกระจ่าง