วันที่ 9 กันยายน นายวิศัลย์ โฆษิตานนท์ แกนนำกลุ่ม “คนเพชรบูรณ์ไม่เอาเหมืองแร่” กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ทางกลุ่มลงพื้นที่เป้าหมายเขตอาชญาบัตรที่ทางบริษัทเหมืองแร่ได้รับอนุญาตให้เข้าสำรวจหาแหล่งแร่ ทั้งนี้ เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านทุกกลุ่มอาชีพและทุกเพศวัย ถึงเหตุผลความจำเป็นและผลกระทบหากต้องมีเหมืองแร่เกิดขึ้นในพื้นที่ ซึ่งปรากฏว่ามีเสียงตอบรับจนสามารถสร้างเครือข่ายและแนวร่วมได้อย่างน่าดีใจแบบไม่เคยมีการรวมตัวได้มากมายขนาดนี้มาก่อน
“ทั้งนี้ เพราะเราเล็งเห็นว่าขั้นตอนสุดท้ายของการจะเปิดเหมืองได้นั้น จะต้องผ่านเวทีประชาคมขอความเห็นชอบจากชาวบ้านก่อน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาการที่เหมืองแร่อื่นๆ เปิดได้ เพราะในเวทีประชาคมจะมีการให้ข้อมูลแต่เพียงฝ่ายเดียวและยังให้แต่ฝ่ายเหมืองแร่หรือฝ่ายสนับสนุนมาพูดตอกย้ำให้ข้อมูลแค่เพียงฝ่ายเดียว ในขณะที่ฝ่ายคัดค้านไม่เห็นด้วย ไม่มีโอกาสได้พูดชี้แจง ทำให้เมื่อเปิดเวทีประชาคมทีไรก็จะผ่านความเห็นชอบ เมื่อเป็นแบบนี้ทางกลุ่มเห็นว่าไม่เป็นธรรมและไม่ถูกต้อง จึงใช้แนวทางลงพื้นที่ให้ข้อมูลความรู้และสร้างความเข้าใจอีกด้านให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นทางเลือกและเป็นการชั่งน้ำหนักว่าต้องการให้มีหรือไม่ให้มีเหมืองแร่ในพื้นที่” นายวิศัลย์กล่าว
แกนนำต้านเหมืองแร่เพชรบูรณ์กล่าวอีกว่า ที่น่าดีใจก็คือ หลังจากทางกลุ่มใช้ระยะเวลาราว 8 เดือน โดยทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ส่วนตัว ปรากฏว่าได้ผล ซึ่งมีเสียงตอบรับดีมาก จนชาวบ้านเกิดความตื่นตัวและตั้งเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังในทุกพื้นที่ จากนั้นมีการเชื่อมโยงให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกันทางช่องทางสื่อสารต่างๆ โดยเฉพาะในสื่อโซเชียลมีเดีย ส่วนท่าทีของบริษัทเหมืองแร่ในเวลานี้ยังนิ่งเงียบอยู่ ทำให้ทางกลุ่มและเครือข่ายต้องปรับโหมดเข้าสู่โหมดการเฝ้าระวัง เพราะการต่อสู้ครั้งนี้ต้องใช้ระยะเวลาอีก 3 ปี ตามอายุของอาชญาบัตรที่บริษัทเหมืองแร่ยังถือไว้อยู่

