สสจ.ภูเก็ต ยันไม่มีนักเรียนติดโควิด มีแต่กลุ่มเสี่ยง ยังไม่มีการสั่งปิดโรงเรียน

สสจ.ภูเก็ต ยันไม่มีนักเรียนติดโควิด มีแต่กลุ่มเสี่ยง ยังไม่มีการสั่งปิดโรงเรียน

เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นายแพทย์กู้ศักดิ์ กู้เกียรติกูล นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตขณะนี้ มียอดผู้ติดเชื้อสะสมในรอบตั้งแต่เดือนเมษายน จำนวน 712 คน รักษาหายแล้ว 671 คน รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 43 คน

โดยในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ป่วยรายวันอยู่ที่ 3-5 คน ซึ่งวันที่ 22 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น 3 คน เป็นหญิงไทย 2 คน และเป็นแรงงานพม่า 1 คน ส่วนกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ได้เชิญไปกักตัวอยู่ที่โรงแรมซึ่งเป็นสถานที่กักตัวที่มีอยู่ 299 ห้อง และได้จัดเพิ่มขึ้นอีก 73 ห้อง เนื่องจากเจอกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่เป็นกลุ่มก้อนใหญ่ จึงมีความจำเป็นต้องขยายห้องเพื่อรองรับกลุ่มเสี่ยงสูงในช่วงนี้ ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีในการจัดหาสถานที่กักตัวได้อย่างรวดเร็ว จากทาง อบจ.ภูเก็ต ซึ่งช่วยให้การควบคุมโรคเป็นไปตามกระบวนขั้นตอนอย่างดี โดยมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงที่กักตัวมีอยู่ทั้งหมด 294 คน ยังมีห้องสำรองไว้สำหรับผู้สัมผัสเสี่ยงสูงอีก 75 ห้อง

ทั้งนี้ ในหลายวันที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับการพบผู้ป่วยติดเชื้อในโรงเรียนและมีการสั่งปิดโรงเรียนนั้น ขอยืนยันว่ายังไม่มีเด็กนักเรียนติดเชื้อ และมีการสั่งปิดโรงเรียนแต่อย่างใด ซึ่งในเรื่องจริงนั้นมีการให้ปิดแค่ห้องเรียนเดียว ที่พบว่าคุณตาของเด็กนักเรียนติดเชื้อ ซึ่งผู้ใกล้ชิดสัมผัสเสี่ยงสูงได้นำมาตรวจหาเชื้อทั้งหมด ซึ่งไม่พบผู้ติดเชื้อและได้ฉีดพ่นทำความสะอาดห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว ส่วนคลัสเตอร์นักเรียนจากจังหวัดยะลา เข้ามาในจังหวัดภูเก็ต 3 คน และมีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 9 คน ที่ขณะนี้ยังไม่พบเชื้อ ถือได้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตสามารถควบคุมได้

นอกจากนี้ ในส่วนของการบริหารจัดการวัคซีน จังหวัดภูเก็ตสามารถฉีดวัคซีนให้กับประชาชนและผู้ที่อาศัยในพื้นที่โดยฉีดเข็มแรกไปแล้ว 76% ฉีดครบ 2 เข็มแล้ว 53% ซึ่งการฉีดวัคซีนสามารถดำเนินการได้เกินเป้าหมายที่วางไว้ คาดว่าภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ถึง 80%

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ไอติม’ พริษฐ์ รับดูอภิปรายแล้ว แนวโน้มสูง แก้ไขรธน.ครั้งนี้คงไม่แตะต้นตอปัญหา
บทความถัดไป‘เต้น’ จับไต๋รัฐบาลจนมุมเรื่องวัคซีนแล้วหลายรอบ แต่ผลิตมุขใหม่ๆมาซื้อเวลาได้เสมอ