สองคณะกรรมการบริหารงบประมาณหมู่บ้านละ 5 แสนบาทของรัฐบาล โวยถูกปลอมรายชื่ออนุมัติเงินซื้อของโดยไม่มีการประชามติ สั่งซื้อโต๊ะ เต็นท์ เก้าอี้ ถ้วยชาม ในราคาเกินจริง เห็นชัดมีหม้อหุงข้าวใบละ 21,000 บาท เครื่องเสียงอีกกว่า 200,000 คาดมีการทุจริตเป็นประบวนการ วอนตรวจสอบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า !จ.บุรีรัมย์ วันที่ 9 ก.ย.59 นางปิยกร อินทอง อายุ 43 และนางนิภารัตน์ ไทยยินดี อายุ 53 ปี ชาวบ้านโคกยาง หมู่ 8 ต.ชำนิ อ.ชำนิ จ.บุรีรัมย์ ร้องสื่อมวลชนหลังคณะกรรมการบริหารงบประมาณหมู่บ้านละ 500,000 บาทของรัฐบาล มีพฤติกรรมบริหารงบไม่โปร่งใส นำงบประมาณไปสั่งซื้อโต๊ะ เต้นท์ เก้าอี้ ถ้วยชาม รวมถึงเครื่องครัว โดยไม่มีการประชาคมชาวบ้าน
นางปิยกร อินทอง กล่าวว่า หลังจากได้งบประมาณของรัฐบาลหมู่บ้านละ 500,000 บาท ได้มีการตั้งคณะกรรมการเพื่อมาบริหารเงินและแนวทางการใช้เงินให้ได้ประโยชน์สูงสุดกับหมู่บ้าน โดยตนเองและนางนิภารัตน์ มีชื่อเป็นคณะกรรมการงบประมาณดังกล่าวรวมอยู่ด้วย จากคณะกรรมทั้งหมดรวม 11 คน ต่อมาได้มีร้านค้านำของมาส่งที่ศาลากลางหมู่บ้าน ทราบต่อมาว่าคณะกรรมการได้เป็นผู้สั่งซื้อมาจากงบประมาณดังกล่าว สร้างความมึนงงให้กับตนเป็นอย่างมาก ตนเองยังไม่มีการเซ็นเอกสารร่วมอนุมัติ เมื่อสอบถามประธานคณะกรรมการฯอ้างว่า เป็นงานเร่งด่วนจำเป็นต้องปลอมลายเซ็นเพื่อให้ทันเวลา
นางปิยกร กล่าวว่า เมื่อไปตรวจสอบบัญชีจากใบจัดซื้อจัดจ้างแล้ว ยิ่งรับไม่ได้ เพราะสินค้าแต่ละชนิดมีราคาแพงเกินจริง มีบัญชีแจ้งว่า ค่าแรงงาน 20,000 บาท ,ชุดโต๊ะจีน 186,000 บาท ,เต้นท์สี่หลัง 180,000 บาท,ชุดอุปกรณ์ทำครัว 92,520 บาท โดยเฉพาะชุดเครื่องเสียงมีราคาแพงถึง 200,000 บาท หม้อหุงข้างมีราคาสูงถึง 21,480 บาท (รวม 700,000 บาท) จากการตรวจสอบเอกสารการจัดซื้อจัดจ้าง ยังพบว่าผิดทั้งระบบเหมือนแต่งตัวเลขมาแบบเร่งด่วน จากงบประมาณที่จะได้มาจำนวน 500,000 บาท แต่รายการที่นำมายื่นต่อคณะกรรมการรวมกันแล้วได้ 700,000 บาท แสดงว่าการแจงตัวเลขผิดพลาดทั้งกระบวนการ นอกจากนั้นยังพบเอกสารรายการประชุมที่เขียนขึ้นเอง เซ็นกันเอง ทั้งที่ไม่มีการประชุมใดๆเกิดขึ้น ชาวบ้านไม่มีใครทราบจึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างของงบประมาณในครั้งนี้ คาดว่าจะมีผลประโยชน์แอบแฝง และทำกันเป็นกระบวนการ
นายไกรวิช ทองคำ อายุ 46 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 บ้านโคกยาง ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการจัดซื้อจัดจ้าง ได้ออกมายอมรับว่า ได้มีการเซ็นต์ลายเซ็นต์ปลอมจริง เพราะจำเป็นต้องให้เอกสารทันเวลาที่จะส่งให้หน่วยงานต้นสังกัด แต่ไม่มีเจตนาอื่นเพียงต้องการให้หมู่บ้านเดินหน้า และการเซ็นลายเซ็นต์ปลอมไม่ได้ใช้ไปในทางที่ผิดหรือเสียหาย

