ระทึก! ไฟโหมไหม้ห้องแถว 7 คูหา กลางเมืองโคราช ชาวบ้านหนีตายจ้าละหวั่น

ระทึก! ไฟโหมไหม้ห้องแถว 7 คูหา กลางเมืองโคราช ชาวบ้านหนีตายจ้าละหวั่น

เมื่อเวลา 12.45 น.วันที่ 27 มิถุนายน 2564 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ในซอยไชยณรงค์ ซอย 3 ถนนเบญจรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา จึงประสานขอรับการสนับสนุนเจ้าหน้าที่และรถน้ำดับเพลิงจากเทศบาลนครนครราชสีมา และหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาธรรม นครราชสีมา รุดไปช่วยกันระงับเหตุ

โดยพบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้บ้านเรือนของประชาชนอย่างรุนแรง เนื่องจากเป็นห้องแถวไม้กึ่งปูน 2 ชั้น สภาพเก่า จึงเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ต้องขอรับการสนับสนุนรถน้ำจากเทศบาลนครฯ 6 คัน, เทศบาลตำบลหัวทะเล 2 คัน, เทศบาลตำบลโพธิ์กลาง 2 คัน, หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา และรถอุปกรณ์ดับเพลิง 1 คัน มาฉีดน้ำสกัดเพลิงอย่างเร่งด่วน และรถพยาบาลอีก 5 คัน มาให้การช่วยเหลือกรณีที่ผู้บาดเจ็บ แต่เนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัดและมีลมพัดแรง ทำให้ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ โหมไหม้ไปกว่า 7 คูหาแล้ว

นอกจากนี้ ไฟยังลามไหม้สายไฟและสายสัญญาณสื่อสาร ซึ่งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าฯได้ตัดไฟไว้ก่อนหน้านี้แล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดไฟฟ้าชอร์ตพนักงานดับเพลิงขณะปฏิบัติหน้าที่ ทำให้ไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องฉีดน้ำบ้านเรือนข้างเคียงเพื่อไม่ให้ไฟลามไปมากกว่านี้ ต้องใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่จึงสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้

จากการสอบถาม นางเจี๊ยบ พงษ์เพ็ชร อายุ 39 ปี อยู่ห้องเช่าเลขที่ 259/4 ไชยณรงค์ซอย 3 ถนนเบญจรงค์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครราชสีมา เจ้าของบ้านที่โดนไฟไหม้ บอกว่า ไฟได้โหมไหม้อย่างรวดเร็วและรุนแรง ทุกคนในบ้านต่างหนีตายวิ่งออกมา โดยหยิบได้เพียงเอกสารนักเรียนของลูกออกมาได้แค่นั้นเอง ทรัพย์สินหรือข้าวของที่สำคัญอื่นๆ เอาออกมาไม่ได้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุ ได้ยินเสียงเหมือนกับอะไรแตกหรือระเบิดที่บ้านต้นเพลิง ซึ่งตอนนั้นไม่มีใครอยู่ เพราะออกไปขายทุเรียนและผลไม้ตามฤดูกาล จากนั้นไฟก็ลามไหม้อย่างรวดเร็วเพราะเป็นห้องแถวไม้กึ่งปูนปลูกสร้างมานานแล้ว จนไฟลามมาถึงบ้านของตนและอีกหลายๆห้อง

ด้านนายเสกสรร ปีแก้ว อายุ 35 ปี เจ้าของห้องเช่า เลขที่ 259 / 1-7 ไชยณรงค์ซอย 3 ถนนเบญจรงค์ ตำบลในเมือง ซึ่งเกิดเพลิงไหม้ เล่าว่า ขณะเกิดเหตุตนไม่อยู่บ้าน แต่มีเพื่อนบ้านโทรไปบอกว่าเกิดเหตุเปลวไฟลุกไหม้บนบ้านของตน ให้รีบแจ้งดับเพลิงมาช่วยเหลือ จึงรีบโทรแจ้งดับเพลิงแล้วรีบเดินทางกลับมาดูบ้าน ซึ่งก็พบว่าไฟลามไหม้ห้องแถว 7 คูหาเกือบทั้งหมด ยังไม่รู้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าสภาพอากาศที่ร้อนจัด อาจทำให้สายไฟร้อนละลาย แล้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจรขึ้น จนทำให้ไฟไหม้ดังกล่าว ทั้งนี้ ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งเพื่อหาสาเหตุที่ชัดเจน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดภาพย้อนอดีต นักร้องดัง ‘ฮาย อาภาพร’ ที่สวยหวานจนแทบจำไม่ได้
บทความถัดไปสธ.ขอทุกจังหวัดเตรียมแผนรับแรงงานจาก กทม.-ปริมณฑล และ 4 พื้นที่ระบาดภาคใต้