วันที่ 10 กันยายน ความคืบหน้าการตั้งกรรมการสอบสวน นายชูชาติ คำมา ปลัดอาวุโสอำเภอวังชิ้น หลังจากมีผู้ใหญ่บ้านออกมาเปิดโปงเรียกเก็บเงินโครงการประชารัฐ 5 ล้านบาทต่อตำบล และ 2 แสนบาทต่อหมู่บ้าน มีการเรียกเก็บในโครงการแรกร้อยละ 2 เป็นเงินรวมถึง700,000 บาท และโครงการที่ 2 เรียกเก็บไม่เท่ากันในแต่ละหมู่บ้าน หลังมีข่าวออกมา นายพิเชษฐ ไพบูลย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้มีคำสั่งย้ายประจำที่ศาลากลางภายใน 24 ชั่วโมง จากนั้นได้สั้งการให้อำเภอตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และ จังหวัดก็ยังตั้งกรรมการสอบด้วยเช่นกัน ปัจจุบันคณะกรรมการทั้งสองชุดยังไม่มีความคืบหน้า เนื่องจากกรรมการแต่ละคนไม่กล้าฟันธงหรือชี้มูลความผิด แม้จะมีผู้ใหญ่บ้านทั้ง 7 ตำบล ออกมายืนยันการเรียกเก็บเงินบอกถึงวิธีการเรียกเก็บ แหล่งที่เก็บ รวมทั้งกลุ่มคนช่วยเก็บ และบางหมู่บ้านก็ปฏิเสธการเรียกเก็บหลายหมู่บ้านไม่กล้าฝืนเพราะถานะของนายชูชาติ คือผู้บังคับบัญชา
นายเกรียงศักดิ์ ครอบครอง ผญบ.หมู่ 9 ต.วังชิ้น กล่าวว่า ขณะนี้คณะผู้ใหญ่บ้านที่ต้องการความถูกต้องให้กับสังคมและต้องการปฏิรูประบบการทำงานให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ กำลังอยู่ในสภาวะที่ไม่ปลอดภัยเนื่องจากมีการคุกคามอย่างต่อเนื่อง กำนันส่วนใหญ่คือผู้รับเหมาที่ทำงานกับปลัด และหลายโครงการที่กำนันทำน่าจะมีการโกงกินมากกว่านี้ บริเวณหลังโรงเรียนบ้านวังกวาง มีการทำแก้มลิงรองรับน้ำแม่พุง แต่ปรากฏว่าไม่มีการสำรวจ ทำให้อาคารเรียนอันตรายถ้าดินทรุดตัว อย่างไรก็ตามเมื่อทางจังหวัดยังไม่ให้ความสำคัญกับการที่ผู้ใหญ่บ้านต้องออกมาเรียกร้อง วันจันทร์ที่ 12กันยายน กลุ่มกำนันผู้ใหญ่บ้านที่เรียกร้องความเป็นธรรมจะเดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะนี้ได้ร่างข้อร้องเรียนเรียบร้อยแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การทุจริตที่เกิดขึ้นไม่มีเพียงแต่ในอำเภอวังชิ้น แต่อำเภอวังชิ้นเริ่มขึ้นเพราะมีผู้กล้าเปิดโปงทำให้เป็นประเด็นขึ้นมา การสอบสวนของคณะกรรมการไม่กล้าชี้มูล ถ่วงเวลาให้ผ่านไปอย่างน้อยให้ผู้บริหารระดับอำเภอและผู้ว่าราชการจังหวัดเกษียณอายุ จากนั้นก็จะพ้นปัญหากันไป อย่างไรก็ตาม การสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นขณะนี้ ทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เขต 9 สำนักงาน ปปท. ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าหาข่าวแล้วเพราะเชื่อว่าไม่ได้เกิดจาก นายชูชาติ คำมาเพียงคนเดียว แต่น่าจะเป็นการโกงกินที่เป็นขบวนการ

