เชียงใหม่เข้ม! คนเดินทางจากพื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม -พบผู้ป่วยเพิ่ม 6ราย

เชียงใหม่เข้ม! คนเดินทางจากพื้นที่ 10 จังหวัดสีแดงเข้ม -พบผู้ป่วยเพิ่ม 6ราย

วันที่ 28 มิถุนายน 2564 ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกันแถลงสถานการณ์การระบาดของโรค Covid-19 ระลอกเดือนเมษายนจังหวัดเชียงใหม่ประจำวัน

ดร.ทรงยศ กล่าวว่า วันนี้จังหวัดเชียงใหม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ เพิ่ม 6 ราย ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 4,161 ราย รักษาหายแล้ว 4,095 ราย รักษาอยู่ในโรงพยาบาล 40 ราย โดยเป็นผู้ป่วยสีเขียว 22 ราย สีเหลือง 15 ราย สีส้ม 2 ราย และสีแดง 1 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม สะสม 26 ราย เท่าเดิม การตรวจหาเชื้อ COVID-19 ในกลุ่มเสี่ยงสูง หรือผู้สัมผัส เมื่อวานนี้ (27 มิ.ย. 64) ตรวจไปทั้งหมด 551 ราย พบติดเชื้อ 6 ราย คิดเป็น 1.09% ส่วนปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อ พบว่าเป็นผู้ที่สัมผัสเชื้อจากต่างจังหวัด แล้วเดินทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีผู้สัมผัสโรคจากต่างจังหวัด 3 ราย และแพร่ระบาดจากการสัมผัสโรคในครอบครัว ในสถานที่ทำงาน และชุมชนเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 3 ราย

ทั้งนี้หากผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้ามาเคร่งครัดในมาตรการจังหวัดเชียงใหม่ และมีการลงทะเบียน CM-CHANA และกักตัวอย่างจริงจัง ก็จะพบผู้สัมผัสน้อย ซึ่งหากไม่ปฏิบัติตามก็จะพบผู้สัมผัสจำนวนมาก และอาจระบาดขยายวงกว้างเป็นคลัสเตอร์ใหญ่ๆ อีกครั้ง

สำหรับการตรวจคัดกรองเชิงรุก ในแคมป์คนงานต่างด้าว ตรวจไปแล้ว 48 ราย ในอำเภอจอมทอง อำเภอฮอด และอำเภอแม่แจ่ม ผลเป็นลบทั้งหมด ส่วนคลัสเตอร์จังหวัดเชียงใหม่ เหลือเฝ้าระวัง 4 คลัสเตอร์ ไม่พบผู้ติดเชื้อต่อเนื่องเป็นเวลาหลายวันแล้ว 2 คลัสเตอร์ ยังต้องเฝ้าระวังใกล้ชิด 2 คลัสเตอร์ โดยคลัสเตอร์ไปงานแต่งสตูลกลับมา วันนี้พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 1 ราย เป็นวงที่ 3 เป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนกับ CM 4231 โดยมีรายละเอียดของผู้ติดเชื้อรายใหม่ 6 ราย มีดังนี้

รายที่ 1 รหัส CM 4239 เพศชาย อายุ 37 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอแม่ริม พักอาศัยอยู่กับภรรยา (CM 4228) ที่มีอาชีพทันตแพทย์ ขับรถยนต์ส่วนตัวเข้ามาในเชียงใหม่ และเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาล พบผลบวก และมีอาการทางปอด ขณะนี้รักษาตัวที่โรงพยาบาลนครพิงค์ ทั้งนี้ไม่มีผู้สัมผัสเพิ่ม

รายที่ 2 รหัส CM 4240 เพศหญิง อายุ 38 ปี เป็นครูสอนดนตรี เป็นผู้สัมผัสร่วมกับ CM 4238 ที่เป็นครูดนตรีเช่นเดียวกัน โดยวันที่ 15 มิถุนายน สอนดนตรีที่โรงเรียนดนตรีจิตรลดา วันที่ 17 มิถุนายน สอนคณะดุริยศิลป์ มหาวิทยาลัยพายัพ วันที่ 18-20 และ 22 มิถุนายน สอนที่โรงเรียนดนตรีจิตรลดา วันที่ 24 มิถุนายน สอนคณะดุริยศิลป์ ไปร้านท็อปซูปเปอร์มาร์เก็ต และลานกิจกรรมขายอาหารเซนทรัลเฟสติวัล วันที่ 26 มิถุนายน เริ่มมีอาการไข้ คัดจมูก แต่ในช่วงเช้าสอนดนตรี และเข้ารับการตรวจหาเชื้อในช่วงบ่าย พบผลเป็นบวก ทั้งนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจำนวน 37 ราย ผู้สัมผัสร่วมบ้าน 1 ราย พบผลบวกคือ CM 4238 นักเรียนที่เรียนกับอาจารย์ทั้ง 2 คนนี้ 34 ราย พบผลเป็นลบ ส่วนคณะดุริยศิลป์ 2 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ และผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำในเซ็นทรัลเฟสติวัลให้เฝ้าสังเกตอาการ

รายที่ 3 รหัส CM 4241 เพศชาย อายุ 73 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอสารภี เป็นผู้สัมผัสร่วมกับ CM 4208 ที่มีอาชีพเป็นสถาปานิก นำเชื้อเข้าจากกรุงเทพฯ พร้อมกับแฟน ซึ่งติดเชื้อต่อจากน้องชายที่เป็นทหาร ผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นพ่อของอดีตภรรยา โดยในช่วงเดือนมิถุนายนได้อยู่บ้านตลอดไม่ได้ออกไปไหน เนื่องจากมีโรคประจำตัว พักร่วมบ้านกับภรรยา ลูกสาว และหลาน โดยวันที่ 21 มิถุนายน ผลตรวจเป็นลบ และกักตัวที่บ้าน วันที่ 25 มิถุนายน เริ่มมีอาการไอ มีเสมหะ หายใจเหนื่อยหอบ วันที่ 26 มิถุนายน ตรวจครั้งที่สองที่โรงพยาบาลสารภี เนื่องจากมีอาการทางปอด จึงได้ส่งต่อมายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ วันที่ 27 มิถุนายน ทราบผลเป็นบวก ทั้งนี้ไม่มีผู้สัมผัสเพิ่ม เนื่องจากกักตัวอยู่บ้าน

รายที่ 4 รหัส CM 4242 และ รายที่ 5 รหัส CM 4243 เพศหญิงทั้ง 2 ราย อายุ 31 ปี และ 21 ปี ตามลำดับ มีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดลำปาง โดยวันที่ 19 มิถุนายน เดินทางไปกรุงเทพฯ พักที่โรงแรมเลอเมอริเดียนสุวรรณภูมิ วันที่ 21 มิถุนายน เดินทางไปเขาใหญ่ ด้วยรถยนต์ส่วนตัว และรับประทานอาหารที่โชคชัยฟาร์ม เข้าพักที่โรงแรมเขาใหญ่ วันที่ 23 มิถุนายน เดินทางกลับจังหวัดเชียงใหม่

โดยสายการบินเวียดเจ็ท VZ2104 สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ นั่งแถวที่ 26 เข้าพักที่โรงแรมอาร์วันนิมมาน วันที่ 24 มิถุนายน พักที่โรงแรมบีทูนิมมาน วันที่ 25 มิถุนายน พักที่โรงแรมดิโอเบี่ยน วันที่ 26 มิถุนายนพักที่โรงแรมบีทูกรีน CM4243 เริ่มมีอาการปวดศรีษะ และเจ็บคอ เข้ารับการตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลนครพิงค์ พบผลเป็นบวก และวันที่ 28 มิถุนายน พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลประสาทจังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 2 ราย คือคนขับรถที่รับ-ส่ง อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ในส่วนของสายการบินและโรงแรมกำลังอยู่ระหว่างการสอบสวน

และรายที่ 6 รหัส CM เพศหญิง อายุ 12 ปี เป็นเพื่อนร่วมห้องกับ CM 4231 ไม่มีอาการผิดปกติ ตรวจพบจากการคัดกรองกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูง โดยในช่วงวันที่ 21-25 มิถุนายน ไปโรงเรียนทุกวัน นั่งใกล้กับผู้ติดเชื้อรายแรก หลังเลิกเรียนกลับบ้านทันที วันที่ 26-27 มิถุนายน วันที่ 27 มิถุนายน เข้ารับการตรวจ วันที่ 28 มิถุนายน ทราบผลเป็นบวก ทั้งนี้มีผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 75 ราย เป็นผู้สัมผัสร่วมบ้าน 3 ราย อยู่ระหว่างรอผล ผู้สัมผัสในโรงเรียน 36 ราย ผลเป็นลบ เพื่อนร่วมชมรม 36 ราย อยู่ระหว่างรอผลตรวจ ส่วนกลุ่มเสี่ยงต่ำ มี 19 รายเป็นครูในโรงเรียน ผลเป็นลบทั้งหมด

ทั้งนี้ขอให้ทุกคนรักษามาตรการการป้องกันโรคส่วนตัวอย่างเคร่งครัด งดงานเลี้ยงสังสรรค์และงานรวมกลุ่มต่างๆ และรีบฉีดวัคซีนกันให้มากๆ และต้องช่วยเหลือทีมโควิดหมู่บ้านในการตรวจสอบผู้ที่เดินทางเข้ามาจากจังหวัดเสี่ยง จากข้อมูลการติดตามผู้ที่เดินทางเข้ามาจากพื้นที่เสี่ยงและลงทะเบียน CM Chana สะสม 19,897 ราย ติดตามตัวได้ 17,610 ราย คิดเป็น 88.51% และยังมีผู้ที่ไม่ลงทะเบียน CM Chana ที่ทีมโควิดหมู่บ้านติดตามได้ถึง 33 ราย

ส่วนผู้ที่ทีมโควิดหมู่บ้านยังหาตัวไม่พบ จึงขอให้ผู้ให้ที่พักอาศัย โรงแรม หรือหอพักต่างๆ ที่ให้บุคคลที่มาจากพื้นที่เสี่ยงพักอาศัย ต้องแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นลงทะเบียน CM- Chana ทันที และรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และกักตัวอย่างเคร่งครัด

ในส่วนของการฉีดวัคซีนจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้มีผู้ประสงค์ฉีดแล้ว 834,946 คน คิดเป็น 69% คงค้าง 31% จึงจะถึงเป้าหมายในการเกิดภูมิคุ้มกันหมู่ที่ป้องกันโรค COVID-19 ได้ โดยขณะนี้มีผู้ที่ได้รับการฉีดไปแล้ว 125,802 คน

ด้านนายกนก กล่าวถึง ศูนย์บัญชาการบริหารการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยมีข้อสั่งการให้ที่ทำการปกครองจังหวัดเชียงใหม่ ประสานแต่ละอำเภอ ในการสำรวจข้อมูลการฉีดวัคซีนในกลุ่มของผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล ซึ่งถือเป็นกลุ่มเปราะบางที่ไม่สามารถจะรับการฉีดวัคซีนได้

จึงมีความจำเป็นจะต้องดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับผู้ใกล้ชิดกลุ่มนักเรียนดังกล่าวเพื่อความปลอดภัย โดยสั่งการให้ทุกอำเภอสำรวจรายชื่อผู้ปกครองนักเรียนที่ศึกษาอยู่ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้ปกครองชั้นอนุบาล รายชื่อพนักงานขับรถรับ-ส่ง รายชื่อผู้ประกอบการอาหารของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และรายชื่อแม่ค้าที่ขายอาหารภายในโรงเรียน ทั้งนี้ให้จัดส่งข้อมูลภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เพื่อจัดทำบัญชีรายชื่อเข้ารับการฉีดวัคซีนฯ (White List) ต่อไป

และขอย้ำผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (10 จังหวัด) และอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ต้องลงทะเบียนหรือบันทึกข้อมูลลงในแอปพลิเคชัน “CM-CHANA” โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่ไม่มีภูมิลำเนาในจังหวัดเชียงใหม่ ขอให้ระบุสถานที่พักให้ชัดเจน

เพื่อให้เจ้าหน้าที่สะดวกในการติดตามตัว หรือกรณีที่เกิดสถานการณ์จะได้มีการทำการสอบสวนโรคได้อย่างรวดเร็ว ในส่วนผู้ที่เดินทางมาทำธุระชั่วคราวขอความร่วมมือทุกท่านให้ข้อมูลในแบบฟอร์ม ชม.4 เพื่อให้เจ้าพนักงานควบคุมโรคจะเป็นผู้ลงนามอนุมัติ โดยสามารถใช้แบบ ชม.4 นี้พกติดตัวในระหว่างที่ทำธุระในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ทางเว็บไซต์ของจังหวัดเชียงใหม่ และกรอกเอกสารดังกล่าว ยื่นต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรค โดยจะได้รับการติดต่อจากระบบข้อความ SMS และแจ้งอนุมัติกลับมา

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เลขาฯอนุทินเดือด! โรงงานไม่มีความรับผิดชอบ บังคับ พนง.ทำงาน พบผู้ติดเชื้อใน รง.หลายร้อยคน
บทความถัดไปกรมอุตุฯ เผยฝนยังกระจาย 37 จังหวัดทั่วไทย กทม.-ปริมณฑล ร้อยละ 40 ของพื้นที่