วันที่ 10 กันยายน นายขวัญชัย มหาชื่นใจ รองประธานชมรมเกษตรกรภาคกลาง เปิดเผยว่า ปัจจุบันราคาข้าวเปลือกนาปรังตกต่ำลงมาที่ 5,500-6,000 บาท/ตัน จากเดิมเมื่อต้นปีมีราคาเกือบ 8,000 บาท/ตัน สาเหตุเพราะว่าช่วงนี้ผลผลิตข้าวนาปรังอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิต และมีอีกปัจจัยหลักคือชาวนาเชื่อว่ากลุ่มโรงสีรวมหัวกันกดราคารับซื้อข้าวเปลือกนาปรับที่ไม่เกินตันละ 6,000 บาทเท่านั้น
นอกจากราคาจะตกต่ำแล้ว ผลผลิตต่อไร่ลดลงถึง 50% จากเดิมช่วงน้ำน้ำสมบูรณ์ ชาวนาเคยทำจะได้ผลผลิตถึง 1 ตัน หรือ 100 ถัง/ไร่ แต่ช่วงนี้น้ำขาดแคลน ต้นข้าวไม่สมบูรณ์ มีปัญหาหนูและเพลี้ยระบาด ทำให้ผลผลิตเหลือเพียงไร่ละ 50 ถัง ซึ่งโดยรวมผลผลิตลดลง และราคาต่ำลง แต่พบว่าต้นทุนการทำนาปรังต่อไร่ กลับเพิ่มสูงขึ้นเกือบเท่าตัว เพราะว่ามีต้นทุนเพิ่มในน้ำมันเพื่อสูบน้ำเข้าแปลงนา เพิ่มปุ๋ย และยาฆ่าแมลงและศัตรูพืช โดยรวมแล้วแทบจะไม่เหลือกำไร จึงอยากให้รัฐบาล รวมถึงหน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกมาดูแลช่วยเหลือชาวนาด้วย ทั้งในประเด็นราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ การจัดหาน้ำเพื่อทำนา ลดต้นทุนการผลิต รวมถึงพักชำระหนี้สินเพิ่มเติม
นายขวัญชัยกล่าวว่า หากไม่มีการช่วยเหลืออะไร หรือกำหนดนโยบายเร่งด่วนในการช่วยเหลือ พวกชาวนาก็คงต้องหยุดทำนาอีก และก็ไม่ทราบจะไปทำอะไรทดแทน คงต้องตกงาน ก็เสียใจที่แผ่นดินไทยเหมาะสมกับการปลูกข้าว แต่วันนี้ปลูกข้าวกันไม่ได้ และแน่นอนชาวนาต้องทนรับสภาพความจนและหนี้สินต่อไป

