ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศใกล้ถึงเทศกาลฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮา หรือรายอฮัจยีของชาวไทยมุสลิมในวันที่ 12 กันยายน 2559 จากการตระเวนตรวจสอบที่บริเวณด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก อ.ตากใบ และ อ.แว้ง ทั้ง 3 ด่านพรมแดน จ.นราธิวาส ซึ่งอยู่ตรงข้ามเมืองรันตูปันยัง รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย พบว่า ตั้งแต่ในช่วงเช้าที่ผ่านมามีชาวไทยมุสลิมที่มีภูมิลำเนาส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จ.ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ที่เดินทางข้ามแดนไปขายแรงงานยังเมืองต่างๆ ของรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และบางส่วนของประเทศสิงคโปร์ ได้ทยอยเดินทางข้ามแดนกลับภูมิลำเนาวันสุดท้ายก่อนเทศกาลวันฮารีรายอ เพื่อมาร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลรายอฮัจยียังบ้านเกิด ทำให้บรรยากาศที่บริเวณด่านพรมแดน อ.สุไหงโก-ลก ด่านพรมแดนบ้านตาบา อ.ตากใบ และด่านบ้านบูเกะตา อ.แว้ง เนืองแน่นไปด้วยฝูงชนที่ยืนต่อคิวในการประทับตราหนังสือเดินทางเข้าประเทศ จนเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองต้องจัดเจ้าหน้าที่และบุคลากรในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน รวมถึงเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตรวจค้นอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกระเป๋าที่มากับคน รถยนต์ทุกชนิด เน้นหนังสือเดินทาง ตรวจรายชื่อบุคคลต้องสงสัยที่อาจจะแฝงตัวเข้ามาก่อเหตุในห้วงดังกล่าว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เดินทางไปค้าแรงงานจรในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ หลังจากเกิดเหตุระเบิดในพื้นที่ อ.ตากใบ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบที่คิวรถตู้โดยสารรับจ้างประจำทางที่รับส่งผู้โดยสารจาก อ.สุไหงโก-ลก ไปยัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ยะลา และปัตตานี พบว่ามีประชาชนกลุ่มดังกล่าวได้ทยอยเดินทางมาใช้บริการอย่างเนืองแน่น จนปริมาณรถตู้ไม่เพียงพอให้บริการ ต้องเพิ่มจำนวนรถตู้อีกหลายสิบคัน เนื่องจากวันนี้เป็นวันสุดท้ายที่รถตู้จะวิ่งใน 4 จังหวัดภาคใต้ มีประชาชนกว่า 95 เปอร์เซ็นต์นับถือศาสนาอิสลามที่จะต้องไปร่วมทำพิธีละหมาดและร่วมฉลองเทศกาลวันฮารีรายออีดิ้ลอัฎฮาพร้อมๆ กันทั่วโลก

