วันที่ 12 กันยายน 2559 เวลา 07.30 น.ที่สนามศูนย์เยาวชนเทศบาลนครยะลา อ.เมือง จ.ยะลา บรรดาชาวไทยมุสลิม ทั้งหญิงชาย และเด็ก กว่า 3,000 คน ได้เดินทางมาร่วมกันประกอบพิธีละหมาดอีด เนื่องในโอกาสวันฮารีรายออีดิลอัฎฮา ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1437 ซึ่ง สมาพันธ์องค์กรมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ร่วมกับ คณะกรรมการมัสยิด และชุมชนมุสลิมในจังหวัดยะลา จัดขึ้น เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลอีดิลอัฎฮา โดยการละหมาดวันตรุษอีดิลอัฎฮานี้ ถือเป็นศาสนกิจที่สำคัญที่สุดซึ่งมุสลิมทุกเพศทุกวัยจะต้องไปร่วมกันละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน โดยหลังพิธีละหมาด ได้ร่วมรับฟังคุตบะห์ (ฟังธรรมเทศนา) โต๊ะอิหม่าม จากนั้น จะมีการแสดงความยินดีและขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ทั้งโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม และมีการบริจาคทานให้กับเด็ก คนชรา หรือผู้ยากไร้ พร้อมทั้งออกไปเยี่ยมเยียนซึ่งกันและกัน

โดยในวันนี้ชาวมุสลิมทั้งหญิง ชาย และ เด็ก ๆ จะสวมใส่เสื้อผ้าใหม่ เพื่อต้อนรับวันตรุษอีดิลอัฎฮา และที่สำคัญในวันอีดิลอัฎฮาคือ การเชือดสัตว์พลีทาน (กุรบ่าน) ซึ่งชาวไทยมุสลิมถือว่าการทำกุรบ่าน จะได้เข้าใกล้ต่ออัลลอห์ด้วยการการเชือดสัตว์พลีต่อพระองค์ สำหรับสัตว์ที่นำมาพิธีกุรบ่านก็จะมี วัว ควาย แพะหรือ แกะ โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่ จ.ยะลา จะนิยมเชือดวัวเพราะวัว 1 ตัว สามารถแบ่งได้หลายส่วนและสามารถทำทานได้ทั้งครอบครัว ส่วนเนื้อสัตว์ที่ถูกฆ่าแล้วจะนำไปขายไม่ได้ นอกจากทำอาหารเลี้ยงหรือแจกจ่ายให้แก่ผู้ยากไร้เท่านั้น
ขณะที่ ที่สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานีได้จัดพิธีละหมาดวันฮารีรายออิดิ๊ลอัฏฮากลางแจ้ง ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าที่สดใส โดยมีชาวไทยมุสลิมกว่า 3,000 คน ทั้งชาย หญิงและเด็กๆ เดินทางมาร่วมละหมาดกันเป็นครบครัว มีทั้งเด็กและผู้สูงอายุ ต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวยงาม ถูกต้องตามหลักศาสนาอิสลาม สำหรับพิธีละหมาดวันฮารีรายออีดิลอัฎฮา ถือเป็นศาสนกิจที่สำคัญที่สุด มุสลิมทุกเพศทุกวัยจะต้องไปร่วมกันละหมาดที่มัสยิดใกล้บ้าน หรือในสถานที่จัดไว้ เมื่อพิธีละหมาดเสร็จสิ้น โต๊ะอิหม่ามจะบรรยายธรรม (คุตบะห์) จากนั้นจะมีการแสดงความยินดี การขออภัยต่อกันในสิ่งที่ได้ล่วงละเมิด ทั้งตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามและมีการบริจาคทานให้กับเด็ก คนชรา หรือผู้ยากไร้ พร้อมทั้งออกไปเยี่ยมเยียนกันและกัน นอกจากนั้นวันตรุษอิดิลอัฎฮายังมีพิธีกรรมที่สำคัญ คือ การเชือดสัตว์พลีทาน หรือที่เรียกว่า การทำ กุรบ่าน ทั้งนี้เพื่อนำเนื้อสัตว์ที่ได้ไปแจกจ่ายกับผู้ยากไร้ อดอยากและหิวโหย ซึ่งมุสลิมเชื่อว่าเป็นการสร้างผลบุญที่ดี

ทั้งนี้ได้มีนายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ว่าราชการ จ.ปัตตานี นำหัวหน้าส่วนราชการฝ่ายปกครองเข้าแสดงความยินดีและบริจาคทานภายในกิจกรรมละหมาดท่ามกลางการจัดกำลังทหาร ตำรวจและฝ่ายปกครองดูแลความสงบเรียบร้อยและมีการตรวจเฝ้าสังเกตรถและบุคคลต้องสงสัยตามข่าวแจ้งเตือน เพื่อป้องกันการก่อเหตุรุนแรง และเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับชาวไทยมุสลิมที่ต่างออกมาร่วมละหมาดและทำกิจกรรมต่างๆ ตลอดทั้งวันนี้ด้วย

