สสจ.โคราชยันไม่มี ‘โมเดอร์นา’ ตามที่โดนอ้าง สสจ.ปราจีนบุรี สั่งปิดคลินิกที่เป็นปัญหาแล้ว ทำผิด 2 ข้อ

จากกรณีที่มีผู้ร้องเรียนว่า คลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี บอกว่ามีวัคซีน “โมเดอร์นา” ในราคาเข็มละ 1,500 บาท ต้องโอนเงินเข้าในบัญชีก่อน จึงจะสามารถเดินทางไปรับวัคซีนได้ ทำให้มีครอบครัวหนึ่งหลงเชื่อโอนเงินไปให้ 6,000 บาท และนำครอบครัว จำนวน 4 คนไปฉีด พร้อมกับอัดคลิปไว้ ซึ่งในคลิปมีการพูดสอบถามถึงที่มาของวัคซีน เจ้าหน้าที่ในคลินิกดังกล่าวระบุว่า ได้รับวัคซีนมาจากโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา นั้น

ล่าสุด วันนี้ (13 กรกฎาคม) ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า สำหรับวัคซีนโมเดอร์นานั้น ยังไม่มีการนำเข้ามาในประเทศไทย ดังนั้น กรณีที่คลินิกแห่งหนึ่งใน จ.ปราจีนบุรี บอกว่าได้วัคซีนโมเดอร์นามาจากโรงพยาบาลในพื้นที่ จ.นครราชสีมา จึงเป็นเรื่องหลอกลวง ดังนั้น หากมีผู้มาบอกว่ามีวัคซีนโมเดอร์นาก็ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเด็ดขาด

นพ.นรินทร์รัชต์กล่าวว่า วัคซีนที่เรามีอยู่ขณะนี้มีเพียง 3 ยี่ห้อ ได้แก่ ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และซิโนฟาร์มเท่านั้น ส่วนเรื่องที่ ศบค.ส่วนกลางได้อนุมัติให้มีการฉีดวัคซีนแบบผสมสูตร ระหว่างซิโนแวคกับแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันไวรัสโควิด-19 ได้ดี ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมาได้มีการวางแผนไว้ว่าจะเริ่มฉีดให้กับบุคลากรทางการแพทย์ก่อน ซึ่งก่อนหน้านั้นบุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมดได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวคไปครบแล้ว 2 เข็ม ดังนั้น จะเริ่มฉีดเข็มที่ 3 เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า

นพ.นรินทร์รัชต์กล่าวต่อว่า ส่วนประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีนซิโนแวค เข็มที่ 1 และเข็มที่ 2 ไปแล้วนั้น เข็มต่อไปจะพิจารณาฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนก้าให้ แต่ต้องเว้นระยะเวลาในการฉีดจากเข็มล่าสุดออกไป 3 เดือนก่อน โดยประชาชนสามารถนำเลข 13 หลักในบัตรประชาชน ไปตรวจสอบคิวการฉีดวัคซีนได้ในระบบ โคราชพร้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ห้วงเวลาเดียวกัน พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูรณ์ ผกก.สภ.วังตะเคียน จ.ปราจีนบุรี ได้เปิดเผยว่า จากการเข้าตรวจสอบคลินิกดังกล่าวร่วมกับ สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ปราจีนบุรี พบว่าที่คลินิกดังกล่าว มีการใช้ยาผิดประเภทและผิดขั้นตอนในการรักษาผู้ป่วย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังรวบรวมพยานหลักฐานและกำลังติดต่อผู้เสียหายที่มาฉีดยาที่นี่ หากติดตามตัวได้แล้วจะเชิญมาสอบปากคำหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง ทั้งนี้ หากผู้ป่วยที่มาฉีดยาไม่ติดใจเอาความ ก็ไม่สามารถเอาผิดได้

ด้านนายนัฐพงษ์ ขันธรักษ์ เภสัชกรชำนาญการจาก สสจ.ปราจีนบุรี กล่าวว่า จากการตรวจสอบในครั้งนี้ทางคลินิกกระทำผิด 2 ข้อหาคือ 1.คลินิกเปิดเป็นสถานพยาบาลผิดประเภท และ 2.มียาอันตรายจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ ทางสาธารณสุขจังหวัดได้สั่งปิดคลินิกนี้แล้วอย่างไม่มีกำหนด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ครม.’ เคาะมาตรการเยียวยาเพิ่มอีก 5 สาขาที่รับผลกระทบล็อกดาวน์ 10 จังหวัด พร้อมลดค่าน้ำไฟอีก2เดือนทั่วประเทศ
บทความถัดไป“พฤกษา” ยกระดับความปลอดภัย เล็งกระตุ้นเข็มสาม สั่งซื้อวัคซีนโมเดอร์นา