วันที่ 12 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ กองอำนวยการรักษาความมั่ นคงภายใน (กอ.รมน.) จ.เชียงราย ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่ าไม้ที่ 2 (เชียงราย) สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 หน้าที่ทหาร ฉก.ม.2 กองกำลังผาเมือง ฉก.ทพ.31 มณฑลทหารบกที่ 37 ฝ่ายปกครอง อ.เทิง กำนันและผู้ใหญ่บ้านพื้นที่ ต.ตับเต่า อ.เทิง และ ต.ปอ อ.เวียงแก่น ประมาณ 100 นาย แบ่งเป็น 6 ชุดปฏิบัติการขึ้ นไปตรวจสอบสถานที่ก่อสร้างรี สอร์ทห้องพักภายในเขตป่าสงวนแห่ งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวาและป่าแม่ งาว บริเวณภูชี้ฟ้าและผาตั้งซึ่งเป็ นสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ชายแดนไทย-สปป.ลาว เขต ต.ตับเต่า และ ต.ปอ โดยนี้เจ้าหน้าที่ได้เข้ าตรวจสอบรีสอร์ทที่อยู่ในฝั่ง ต.ตับเต่า จำนวน 41 แห่ง และ ต.ปอ จำนวน 24 แห่ง รวมทั้งหมด 65 แห่ง
จากการตรวจสอบเป็นไปด้ วยความละมุนละม่อมโดยเจ้าหน้าที่ ได้ประสานกับท้องที่และให้เจ้ าของผู้ประกอบการรีสอร์ทแต่ ละแห่งนำเข้าตรวจดูสถานที่ต่างๆ เพื่อนำมาเปรียบเทียบกับแผนที่ ของกรมป่าไม้และแผนที่ตามมติ คณะรัฐมนตรีปีวันที่ 30 มิ.ย.2541 ซึ่งเปิดโอกาสให้มีการเข้าไปอยู่ อาศัยทำกินได้บางส่วน และการตรวจสอบไม่มีการใช้อาวุ ธในปฏิบัติการแต่เป็นลักษณะร่ วมกันตรวจสอบแนวพื้นที่ระหว่ างเจ้าหน้าที่กับผู้ ประกอบการและชาวบ้าน โดยไม่มีการเข้าไปภายในห้ องภายในเพียงแต่ สำรวจแนวเขตรอบนอกและตั วอาคารภายนอกเท่านั้น
นายทนงศักดิ์ ธรรมโม ผอ.ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุ มไฟผ่า สำนักงานทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) แจ้งว่าการเข้าตรวจสอบดังกล่ าวเป็นไปตามคำสั่งของกรมป่าไม้ มอบหมายให้สำนักจัดการทรั พยการป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) ทำการสำรวจและตรวจสอบบ้านพักรี สอร์ทที่อยู่ในเขต จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ดังนั้นครั้งนี้เจ้าหน้าที่จึ งได้ดำเนินการในเขต จ.เชียงราย ก่อนเพื่อให้มีความชัดเจนว่าสิ่ งปลูกสร้างนั้นๆ อยู่ในเขตใดเพื่อพิจารณาดำเนิ นการโดยจะใช้เวลาดำเนิ นการตรวจสอบประมาณ 3 วัน
รายงานข่าวแจ้งว่าปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 2 (เชียงราย) มณฑลทหารบกที่ 37 ได้เข้าไปทำความเข้าใจกับผู้ ประกอบการและชาวบ้านเขต ต.ตับเต่า และ ต.ปอ เรื่องการจัดระเบียบพื้นที่ซึ่ งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดั งกล่าว ภายหลังพบว่ามีผู้ประกอบการได้ สร้างสิ่งปลูกสร้างให้บริการนั กท่องเที่ยวอยู่หลายจุดใกล้ภูชี้ ฟ้า ผาตั้ง ฯลฯ นับรวมได้จำนวน 145 แห่ง โดยอยู่ในเขต ต.ปอ จำนวน 24 แห่ง และ ต.ตับเต่า จำนวน 41 แห่ง โดยครั้งนั้นได้แบ่งผู้ ประกอบการออกเป็น 3 กลุ่มคือกลุ่มแรกเป็นผู้มีสิ่ งปลูกสร้างอยู่ในที่ดินที่มี เอกสารสิทธิ์ตามกฎหมายอย่างถู กต้อง กลุ่มที่ 2 เป็นกลุ่มที่สร้างบนที่ดินก่ อนมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2541 และกลุ่มสุดท้ายเป็นกลุ่มที่ไม่ เข้าคุณสมบัติทั้งข้อ 1 และข้อ 2 ตามลำดับ.

