เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ห้องประชุมสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ นพ.พีระ อารีรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ร่วมประชุมรับฟังสถานการณ์โรคซิกา และรับมอบนโยบายในการควบคุมป้องกันโรคต่างๆ ในช่วงหน้าฝนและโรคซิกาจากนายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข
นพ.พีระกล่าวว่า จากการพบผู้ป่วยติดเชื้อโรคซิกาในต่างประเทศแถบแอฟริกา และพบผู้ได้รับเชื้อในบางจังหวัดของประเทศไทย ซึ่งโรคดังกล่าวเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ที่จะทำให้ผู้ได้รับเชื้อมีอาการไข้ ปวดตามข้อ ตาแดง และหากหญิงมีครรภ์ได้รับเชื้อจะส่งผลกระทบให้ทารกในครรภ์หัวลีบ คลอดออกมาเป็นเด็กพิการ ซึ่งสำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลประจำอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. ที่มีอยู่ทุกหมู่บ้านกว่า 6 หมื่นคน รณรงค์ให้ความรู้วิธีการป้องกัน เพื่อเฝ้าระวังโรคซิกาอย่างเข้มงวดและต่อเนื่องตลอดมา ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับเชื้อโรคซิกาในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์
นพ.พีระกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ทุกพื้นที่ใน จ.กาฬสินธุ์ ได้รับอิทธิพลจากพายุดีเปรสชั่น ส่งผลให้จะตกชุกติดต่อกันหลายวัน จึงทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขัง เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลาย กระทรวงสาธารณสุขได้เป็นห่วงสุขภาพอนามัยของประชาชน จึงได้จัดประชุมคอนเฟอเรนซ์พร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อรับฟังสถานการณ์การเกิดโรคประจำฤดู โดยเฉพาะโรคซิกา เพื่อหามาตรการควบคุมและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้โรคซิกาหากได้รับเชื้อจะมีอาการไข้ 7 วัน โดยอาการของผู้ป่วยจะมีไข้ต่ำๆ ไม่เกิน 38.5 องศาเซลเซียส หน้ามืดเวียนศีรษะ มีผื่นแดงตามร่างกาย เยื่อบุในตาอักเสบ ตาแดง ปวดกล้ามเนื้อ ข้อบวม ปวดเมื่อยอ่อนเพลีย สำหรับหญิงตั้งครรภ์เสี่ยงเป็นไข้ซิกา และส่งผลกระทบต่อทารก ทำให้เกิดมามีสมองเล็กหัวลีบ แม้ปัจจุบันนี้จะยังไม่มีรายงานผู้ได้รับเชื้อเสียชีวิต แต่หากพบผู้ได้รับเชื้อหรือเกิดการระบาด จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้ ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจ.กาฬสินธุ์จึงได้กำชับเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและคุมเข้มการเกิดโรคซิกาตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในส่วนพี่น้องประชาชนเอง หากพบสมาชิกในบ้านหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการเป็นไข้ ปวดตามข้อ ตาแดง หรือสงสัยว่าเป็นโรคซิกา ให้รีบไปพบแพทย์ทันที เพื่อที่จะรักษาและเป็นการป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัย ห่างไกลโรคซิกาหรือโรคประจำฤดูอื่นๆ ที่มากับพายุดีเปรสชั่นช่วงนี้

