ปอเนาะยะลา ติดโควิดรวม 123 ราย
เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม นพ.สงกรานต์ ไหมชุม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 กรกฎาคม ได้รับรายงานจากทีมปฏิบัติการศุนย์ตอบโต้ภาะะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข กรณีการระบาดโรค COVID-19 มีผู้ป่วยเสียชีวิต จำนวน 1 ราย เป็นผู้ป่วยเพศชาย อายุ 36 ปี (ผู้ป่วยรายที่ 4140 เสียชีวิตรายที่ 39) อาศัยอยู่ที่สถาบันศึกษาปอเนาะฮาฟิตอุมมุลกีตาบ หมู่ที่ 1 ต.บาโงยซิแน อ.ยะหา จ.ยะลา เป็นบาบอที่สถาบันศึกษาปอเนาะดังกล่าว จากการสอบสวนโรค พบว่าประมาณต้นเดือน ก.ค.2564 ผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ มีไข้ ปวดเมื่อยตามร่างกาย ไม่ได้เข้ารับการรักษา
วันที่ 13 ก.ค.2564 ผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อยมาก ญาติโทรแจ้ง ผอ.รพ.สต.บาโงยซิแน และแนะนำไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา แต่ญาตินำผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลสิโรรส ระหว่างทางผู้ป่วยเสียชีวิต โรงพยาบาลสิโรรส ได้เก็บตัวอย่างสิ่งส่งตรวจ (Swab) ญาตินำศพกลับไปทำพิธีทางศาสนา เจ้าหน้าที่แนะนำให้จัดการศพตามแบบผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 แต่ญาติไม่ยินยอมเนื่องจากผลการตรวจยังไม่รายงาน แต่ยินยอมให้คนที่ช่วยจัดการศพใส่ชุด PPE ทำให้มีการจัดการศพแบบทั่วไป และจัดการศพร่วมกัน วันที่ 14 ก.ค.2564 ผลการตรวจพบเชื้อ COVID-19 วันที่ 15 ก.ค.2564
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขตรวจหาเชื้อ/Swab นักเรียนปอเนาะพร้อมครอบครัว จำนวน 158 ราย พบติดเชื้อ 123 ราย (ร้อยละ 77.84) ประกอบด้วย คนในครอบครัว 4 ราย ญาติจาก อ.กาบัง 4 ราย นักเรียน 117 ราย และผู้ที่ไม่ติดเชื้อ (ผลลบ) 35 ราย ปัจจัยสี่ยงในการติดเชื้อ มีการร่วมกิจกรรมที่เป็นกิจวัตรประจำวัน (การร่วมวงรับประทานอาหารถาดเดียวกัน นอนห้องรวม ห้องน้ำรวม อาบน้ำในอ่างรวม (กอเลาะห์) และร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน วันที่ 16 ก.ค.2564 ตรวจหาเชื้อ/Swab ผู้สัมผัสในงานศพ จำนวน 51 ราย อยู่ระหว่างรอผล (กิจกรรมเสี่ยงต่อการติดเชื้อในงานศพ : นักเรียนช่วยอุ้มศพเคลื่อนย้ายศพจากมัสยิด ดูการห่อศพ มีนักเรียน/ประชาชน บางคนไม่ใส่แมสก์ มีการจูบอำลาศพ การละหมาด และการร่วมแสดงความเสียใจกับครอบครัว…นาวะห์)

นพ.สงกรานต์กล่าวถึงการดำเนินการระบบการดูแลรักษาและควบคุมโรคในกรณีพบผู้ติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในสถาบันศึกษาปอเนาะ (ประจำกิน-นอน) ดังกล่าว โดยใช้แนวทางการ Seal เพื่อควบคุมเชื้อไม่ให้เชื้อแพร่ระบาดสู่สังคมภายนอกและภายในก็มีการแยกกลุ่มติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ และเป็นรูปแบบการจัดการแบบมีส่วนร่วม (สธ./สช./มท./ผญบ./อบต.) โดยใช้อาคารสถาบันศึกษาปอเนาะฮาฟิตอุมมุลกีตาบ (ชั้น 2 และ 3) เป็นโรงพยาบาลสนาม (เริ่มวันศุกร์ที่ 16-29 ก.ค.64 เป็นเวลา 14 วัน) ชั้น 2 (ผู้ป่วยยืนยันมีอาการ 10 ราย) ชั้น 3 (ผู้ป่วยยืนยันไม่มีอาการ) ส่วนนักเรียนที่ไม่ติดเชื้อ จะแยกกักที่เรือนรับรองแขกในอีกอาคาร มีการจัดทีมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข/พยาบาล ดูแลทั้งเวรกลางวัน/กลางคืน และบริการรถเอกซเรย์เคลื่อนที่โดย รพ.ยะลา และอาหาร 3 มื้อ โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา โดยอยู่รพ.สนามสถาบันปอเนาะฮาฟิตอุมมุลกีตาบ จนครบ 14 วัน และกักตัวต่อในสถานที่เดิม อีก 14 วัน (วันที่ 30 ก.ค.64-12 ส.ค.64) ครบ 28 วัน ทั้งนี้ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดยะลา พร้อมด้วยทีมงานโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชยะหา สำนักงานสาธารณสุขอำเภอยะหา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงเยี่ยมและติดตามการดำเนินงานโรงพยาบาลสนามสถาบันปอเนาะฮาฟิตอุมมุลกีตาบ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 ก.ค.2564 ที่ผ่านมา

