หน้าแรก ภูมิภาค ญาติเหยื่อถูก...

ญาติเหยื่อถูกแก๊งโจ๋รุมสกรัม วอนตร.ล่าตัวมาลงโทษ เพื่อนเผยผู้ก่อเหตุตะโกนถามเด็กที่ไหน

13.09.16 | 17:25 น.

วันที่ 13 กันยายน จากกรณีคลิปวิดีโอของผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “ต้น ไม้” ได้ปล่อยคลิปชายวัยรุ่น 4 คนถูกกลุ่มวัยรุ่นจำนวน 30 คน วิ่งกรูรุมสกรัมทั้งสี่จนได้รับบาดเจ็บ โดยมีวัยรุ่น 1 คน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส นอนสลบเหมือดอยู่กลางถนน ส่วนเพื่อนอีก 3 คน ต่างก็ได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน แต่ทุกคนยังสามารถลุกยืนขึ้นมาได้ และได้พยายามเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนอย่างทุลักทุเล

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ที่ 1 ในกลุ่มวัยรุ่นซึ่งถูกกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสเข้าทำการรักษา โดยเมื่อไปถึงพบกับ น.ส.กัญญา ปีคงพันธ์ อายุ 38 ปี และ นางนงเยาว์ ปีคงพันธ์ อายุ 56 ปี แม่และป้า กำลังยืนเฝ้าอาการของนายพีรพล วิชาดี หรือน้องเต้ย อายุ 18 ปี ที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้โดยไม่รู้สึกตัวอย่างใกล้ชิด โดยแม่และป้าต่างอยู่ในอาการที่โศกเศร้า และได้พยามช่วยกันใช้มือเขย่าตัวเรียกให้น้องเต้ยตื่นขึ้นมาอยู่ตลอดเวลา สร้างความสลดใจญาติผู้ป่วยรายอื่นเป็นอย่างมาก

น.ส.กัญญากล่าวว่า น้องเต้ยกำลังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง อ.จอมบึง จ.ราชบุรี คณะวิศวกรรมโยธา ปี 1 ส่วนตนทำงานอยู่ที่โรงงานแห่งหนึ่งที่ กรุงเทพฯ ซึ่งน้องเต้ยจะอาศัยอยู่กับป้าและพี่ชายที่เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน โดยตนมีลูกชายเพียงคนเดียวเท่านั้น ซึ่งน้องเต้ย เป็นเด็กชอบเรียนและนิสัยดี จนสามารถเข้าเรียนในคณะวิศวกรรมโยธาได้ ซึ่งถือว่าเป็นความหวังของแม่ในอนาคต อีกทั้งที่ผ่านมาน้องเต้ยไม่เคยไปมีเรื่องกับใคร กระทั่งวันเกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังทำงานอยู่ที่โรงงาน เพื่อนของลูกชายได้โทรศัพท์มาบอกว่าลูกชายถูกกลุ่มวัยรุ่นทำร้ายได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส และกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล หลังจากทราบข่าวตนตกใจจนเป็นลม และหลังจากตั้งสติได้ตนจึงรีบขอลางานแล้วเดินทางมาดูอาการของลูกชายทันที

“จนถึงขณะนี้ลูกชายก็ยังไม่ฟื้นทำให้ตนกับป้ารู้สึกเป็นห่วงเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยเร่งติดตามจับกุมกลุ่มรุ่นที่รุมทำร้ายลูกชายของตนมาลงโทษให้ได้โดยเร็ว และขอฝากไปถึงผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นทุกคนให้ช่วยดูแลบุตรหลายให้ดีมากกว่านี้ และขอให้นำบุตรหลายมามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อที่จะไม่ไปทำร้ายคนอื่นอีก และขอให้เห็นอกเห็นใจคนที่เป็นแม่อย่างตนด้วย” น.ส.กัญญา กล่าว

ด้านนายเดชา ปีคงพันธ์ หรือ “ต้น ไม้” อายุ 31 ปี ผู้ที่นำคลิปวีดีโอภาพเหตุการณ์ ไปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยว่า ปกติแล้วตนจะอยู่ที่บ้านกับน้องเต้ย ที่ตำบลวังขนาย อำเภอท่าม่วง แต่ในวันเกิดเหตุตนได้ไปอยู่กับครอบครับที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยหลังจากทราบข่าวว่าน้องเต้ยถูกทำร้าย ตนได้เดินทางมาแจ้งความเอาไว้ที่ สภ.ท่าม่วง จากนั้นได้ไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุ พบว่ามีกล้องวงจรปิดอยู่ จึงขอภาพจากเจ้าของกล้องเพื่อนำมาเป็นหลักฐาน ในการติดตามจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุ แล้วตัดสินใจนำคลิปโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อต้องการให้เพื่อนที่เป็นสมาชิกช่วยกันตรวจสอบกลุ่มวัยรุ่นอีกทางหนึ่งด้วย

Advertisement

“จากการสอบถามเพื่อนของน้องเต้ยที่ไปด้วยกัน ทั้งหมดขับขี่รถจักรยานยนต์ไปกินอาหารที่ร้านแมคโดนัล ประมาณ 10 คน จนกระทั่งเวลาประมาณ 01.00 น. ของวันที่ 11 ก.ย.จึงชวนกันกลับบ้านที่ตำบลวังขนาย ระหว่างนั้นมีกลุ่มวัยรุ่นเป็นจำนวนมาก ขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่ฝั่งตรงข้าม และพบว่ากลุ่มวัยรุ่นดังกล่าวกำลังขับขี่รถจักรยานยนต์ยูเทิร์นกลับมา แต่ทุกคนก็ไม่ได้เอะใจเพราะไม่รู้จักกัน ซึ่งทุกคนก็ขับขี่มาตามปกติ จนถึงจุดเกิดเหตุ กลุ่มวัยรุ่นได้เร่งเครื่องมาประกบรถที่น้องเต้ยขับขี่อยู่ แล้วตะโกนถามว่า มึงเด็กที่ไหน ซึ่งก็ตอบไปว่า เด็กตลาดท่าม่วง แล้วยังถามต่ออีกว่ามึงมาทำอะไรกัน จึงตอบบอกไปว่ามากินแม็ค และก็กำลังจะกลับบ้าน หลังจากตอบคำถาม ก็มี 1 ในกลุ่มวัยรุ่นลงมาจากรถแล้วกระโดดถีบน้องเต้นทันที ซึ่งน้องเต้ยพยายามป้องกันตัว จนกระทั่งถูกรุมทำร้าย” นายเดชา กล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.ภัคภณ เล็กท่าไม้ ผกก.สภ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี เปิดเผยถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจรู้ตัวคนร้ายแล้ว ซึ่งจากการสอบถามกลุ่มผู้เสียหายสามารถจำวัยรุ่นที่รุมทำร้ายประมาณ 3 คน ซึ่งขณะนี้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไปสืบดูว่ามีใครบ้าง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทราบว่ากลุ่มวัยรุ่นผู้ก่อเหตุมีทั้งเด็กวิทยาลัยอาชีวะฯ และเด็กเทคนิค พร้อมทั้งให้เจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่ติดเอาไว้ตามเส้นทางเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมให้มากที่สุด และคาดว่าไม่เกิน 2 วันจากนี้ เจ้าหน้าที่คงจะสามารถจับกุมตัวได้ เพราะขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังไปติดตามตัววัยรุ่น 3-4 ราย มาสอบปากคำ จากนั้นก็คงจะสามารถจับกุมได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตามอยากจะฝากไปถึงพ่อปกครองของผู้ก่อเหตุ ว่าหากรู้ตัวว่าบุตรหลานอยู่ในกลุ่ม ก็ขอให้รีบพามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็ว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย