หน้าแรก ภูมิภาค สนช.ชี้ชุมพรอ...

สนช.ชี้ชุมพรอาจเสียโอกาสเขื่อนท่าแซะ เหน็บ กสม.ฟังแต่เสียงค้านไม่สนคนที่อยากได้

13.09.16 | 18:06 น.

วันที่ 13 กันยายน พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยระหว่างการบรรยายพิเศษโครงการประสานงานโครงการตามนโยบายรัฐ ที่โรงแรมชุมพรการ์เดนส์ อ.เมือง จ.ชุมพร ว่า ปัจจุบันจังหวัดชุมพรยังมีปัญหาในเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ซึ่งตนเคยเรียนให้ พล.อ.ดนัย มีชูเวช ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ของ สนช.รับทราบ และจะเชิญลงมาดูสภาพปัญหา เนื่องจากปีที่ผ่านมาจังหวัดชุมพรได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งมาก จังหวัดชุมพรจึงควรเปิดเวทีใหญ่เพื่อรับฟังการแก้ปัญหาการบริหารจัดการน้ำได้แล้ว เพราะปัญหาเรื่องแหล่งน้ำกำลังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ทั้งในลุ่มน้ำท่าท่าแซะ ลุ่มน้ำท่าตะเภา ลุ่มน้ำหลังสวน ลุ่มน้ำละแม สังเกตจากในช่วงที่น้ำทะเลหนุน น้ำเค็มจะดันลึกเข้ามาตามแหล่งน้ำที่ใช้ในการเกษตรและเพื่อการอุปโภคบริโภครวมทั้งการผลิตน้ำประปา

“จังหวัดชุมพรกำลังเสียโอกาสเกี่ยวกับโครงการใหญ่ๆ โดยเฉพาะโครงการเขื่อนท่าแซะ ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาภัยแล้งและปัญหาอุทกภัยได้ ชุมพรเป็นเมืองที่แปลก เพราะไม่ว่าจะสร้างอะไรก็ต้องมีการต่อต้านหมด ทั้งโครงการอ่างเก็บน้ำ โครงการโรงไฟฟ้า โครงการท่าเทียบเรือ ทั้งที่โครงการใหญ่ๆ เหล่านี้หากเกิดขึ้นก็จะมีส่วนสร้างงานให้ลูกหลานชาวชุมพร ไม่ต้องเข้าไปทำงานอยู่แต่ในกรุงเทพฯ สิ่งที่รัฐบาลต้องรีบทำก็คือ การสร้างองค์ความรู้แก่ชาวชุมพรในเรื่องเหล่านี้ ให้พวกเขาเข้าใจว่าหากสร้างแล้วมีผลดีมากกว่าผลเสียอย่างไร แต่ไม่ใช่รัฐบาลคิดโครงการขึ้นมาแล้วบีบบังคับใช้ประชาชนยอมรับ” พล.ต.กลชัย กล่าว

พล.ต.กลชัย กล่าวต่อไปว่า นับตั้งแต่ คสช.เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศ หน่วยทหารพัฒนาได้ส่งกำลังพลเข้ามาขุดลอกคูคลองต่างๆ เพื่อเปิดทางให้น้ำระบายได้สะดวกมาขึ้น มีการสร้างแหล่งเก็บกักน้ำขนาดเล็ก เช่น ฝายแม้ว แก้มลิง ให้ แต่ก็ยังเป็นเพียงโครงการขนาดเล็กที่แก้ปัญหาได้ไม่เต็มที่ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่จะต้องเปิดเวทีใหญ่ ให้ทุกฝ่ายได้เข้ามาร่วมกันหาแนวทางในการบริหารจัดการน้ำ เพราะจังหวัดชุมพรเป็นเมืองเกษตรกรรม มีแม่น้ำสายหลักไหลผ่าน 4-5 สาย แต่ทำไมเกษตรกรยังต้องซื้อน้ำมารดต้นทุเรียนอยู่

“โครงการเขื่อนท่าแซะยังไม่ได้ถูกยกเลิก เป็นเพียงคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อปี 2551 ให้ชะลอโครงการเอาไว้ก่อนเท่านั้น ดังนั้น หากจะดำเนินการต่อจำเป็นต้องปลดล็อกมติ ครม.ปี 2551 ก่อน แล้วเปิดเวทีให้ชาวชุมพรทั้งจังหวัดเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าจะเอาหรือไม่เอาเขื่อนท่าแซะ โดยต้องฟังเสียงของคนส่วนใหญ่จริงๆ ไม่ใช่ฟังแต่เสียงคนที่คัดค้านเหมือนที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) เคยลงมาทำ แต่ไม่เคยฟังเสียงของคนที่ต้องการเขื่อนท่าแซะเลย” พล.ต.กลชัย กล่าว