ว่าที่น้องสะใภ้ทำป่วน ชวนไปฉีดแอสตร้าฯ แต่ฉีดน้ำเกลือให้แทน เรียกเอาเงิน 1.9 หมื่นบาท

ว่าที่น้องสะใภ้ทำป่วน ชวนไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า แต่ฉีดน้ำเกลือให้แทน สาธารณสุข จ.ชลบุรี เต้นแจ้งตำรวจจับกุม ผกก.เสม็ด ยันดำเนินคดี 4 ข้อหาคุมตัวฟ้องศาลทันที

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 24 กรกฎาคม ที่ สภ.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี พ.ต.อ.ชนะไชย เกษมวงศ์ ผกก.สภ.เสม็ด พ.ต.ท.วุฒินันท์ นามแสง หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.เสม็ด พ.ต.ท.สิริวัฒน์ คัชมาตย์ รอง ผกก.สภ.เสม็ด นำตัว น.ส.พรประภา หรือหนึ่ง จูกลิ่น อายุ 35 ปี ชาวหมู่ 3 ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี และ น.ส.จันจิรา หรือมิ้น ตันสิน อายุ 29 ปี ชาว ต.ท่าช้าง อ.เมือง จ.นครนายก ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันฉ้อโกง โดยอ้างว่าฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 แต่ปรากฏว่าได้นำน้ำเกลือไปฉีดให้กับผู้เสียหาย รวมทั้งหมด 5 คน พร้อมทั้งเรียกเงิน 19,000 บาท

สืบเนื่องมาจากตำรวจ สภ.เสม็ด ได้รับการประสานงานจากนายจิระสันต์ มีรัตน์ธนวัต เภสัชกรชำนาญการพิเศษ สำนักงานสาธารณสุข จ.ชลบุรี ว่ามีการลักลอบนำวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าออกมาจำหน่ายและฉีดให้กับประชาชน โดยมี น.ส.พรประภา หรือหนึ่ง เป็นผู้ประสานงาน ในราคาเข็มละ 2,200 บาท ซึ่งในความเป็นจริงจะต้องได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ จึงได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนและได้ควบคุมตัว น.ส.พรประภา มาสอบปากคำ โดยให้การรับสารภาพ ได้ความว่า น.ส.พรประภาได้ร่วมกับ น.ส.จันจิราหลอกลวงผู้เสียหายว่าสามารถนำวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าออกมาจำหน่าย และฉีดให้กับผู้เสียหายได้ และได้ทำการฉีดผู้เสียหายทั้งหมด 5 คน คิดเงิน 19,000 บาท

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้รับวัคซีนมาจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน อ.เมืองชลบุรี แต่อย่างใด ส่วนวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่อ้างว่านำมาฉีดให้กับผู้เสียหายนั้นเป็นน้ำเกลือ ส่วนอุปกรณ์การฉีดได้ซื้อมาจากร้านขายยาทั่วไป ส่วนเอกสารใบนัดฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 นั้นได้แอบเอาแบบฟอร์มไปถ่ายเอกสารเพื่อมอบให้กับผู้เสียหายจนกระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

พ.ต.อ.ชนะไชยกล่าวว่า จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้ง 2 คนให้การรับสารภาพ จึงได้แจ้งข้อหาในการกระทำความผิด ประกอบด้วย ร่วมกันฉ้อโกง ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพ ดำเนินการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และกระทำการพยาบาลนอกสถานที่พยาบาล และได้ควบคุมตัวไว้เพื่อส่งฟ้องศาลต่อไป และยังได้ตักเตือนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน การที่นำน้ำเกลือไปฉีดนั้นอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ซึ่งจะได้รับโทษหนักกว่านี้

 

จากการสอบถาม นางอนงค์ โฉมงาม ผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนเองครั้งแรกจะไปฉีดวัคซีนที่หอประชุมเทศบาลเมืองบ้านสวน แต่ น.ส.พรประภา ซึ่งเป็นว่าที่น้องสะใภ้ เพราะเพิ่งมาเป็นแฟนของน้องชาย และเป็นพนักงานโรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ได้บอกว่าถ้าไปฉีดที่เทศบาลเมืองบ้านสวนนั้นจะฉีดวัคซีนซิโนแวคให้ ซึ่งไม่ค่อยปลอดภัย มาฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเพราะอายุสูงแล้ว จึงได้ตกลงฉีดพร้อมกับคนในครอบครัวประกอบไปด้วย ตนเอง แม่ของตน ลูกสาว สามี พี่สาวแฟน จ่ายเงินไปทั้งหมด 19,000 บาท เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม โดย น.ส.พรประภา ได้พา น.ส.จันจิรา มาฉีดให้ที่บ้าน พร้อมทั้งอ้างว่าไปโรงพยาบาลไม่ปลอดภัย เสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

นางอนงค์กล่าวอีกว่า ส่วนที่มารู้ว่าถูกฉีดน้ำเกลือเนื่องจากตนเองต้องการใบรับรองฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 เพื่อเตรียมตัวฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 ปรากฏว่า น.ส.พรประภาไม่ยอมนำใบรับรองฉีดวัคซีนเข็มแรกมาให้ จึงได้โทรศัพท์สอบถามไปยังโรงพยาบาลที่ น.ส.พรประภาทำงานอยู่ว่ามีการรับฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 หรือไม่ ได้รับการยืนยันจากโรงพยาบาลว่าไม่มีการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด แม้ว่าจะเป็นญาติของคนที่ทำงานในโรงพยาบาลก็ตาม ไม่มีการจองหรือฉีดวัคซีนแต่อย่างใด พร้อมทั้งขอข้อมูลรายละเอียดไป จนกระทั่งสามารถจับกุมทั้ง 2 คนได้ดังกล่าว และให้การรับสารภาพว่านำน้ำเกลือมาฉีดไม่ใช่วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าแต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ดร.สุรชาติ วิกฤตศรัทธาทหาร อย่าพากองทัพพบจุดจบในทะเลเพลิงแห่งอารมณ์สังคมไทย
บทความถัดไปคาร์ทิปส์ : ‘ใบปัดน้ำฝน’มีปัญหา