‘ผบช.ภ.3’ โชว์สืบภาค 3 จับกุมอาวุธสงคราม ‘แก๊งค้ายา’ 402,000 เม็ด

เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ที่จ.นครราชสีมา ตำรวจภูธรภาค 3 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ ผบช.ภ.3 พร้อม พล.ต.ต.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รอง ผบช.ภ.3 , พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์ จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3 , พ.ต.อ.ประสงค์ เรืองเดช รอง ผบก.สส.ภ.3 และ นายณรงค์ วรหาญ ผอ.ปปส.ภ.3 ได้แถลงผลการดำเนินจับกุมยาเสพติด และ อาวุธสงคราม ตามยุทธการ ” พิฆาตทรชน คนค้ายาอีสานใต้ ” ที่ดำเนินการรตามนโยบายรัฐบาลโดย พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังทั้งระบบ โดยเร่งรัดการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงการร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ปราบปราม แหล่งผลิตและเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ทั้งพื้นที่แนวชายแดนและพื้นที่ตอนใน ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. (ปป) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. (ปป 6) ได้นำนโยบายรัฐบาลมาเป็นแนวทางในการป้องกันปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าวสู่การปฏิบัติทุกพื้นที่

พล.ต.ท ภาณุรัตน์ ผบช.ภาค 3 เปิดเผยรายละเอียดคดีที่น่าสนใจว่า เมื่อวันที่ 16 กค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.3 ร่วมกับ กก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 2,000 เม็ด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ห้วยขะยุง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จากนั้นได้ขยายผลทำการตรวจยึดยาบ้าจำนวน 334,000 เม็ด ที่บริเวณถนนซอยแยกจากถนนหลัก ถนนท่าบ่อ-หนองแก ต.แจระแม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พร้อมรถเก๋ง ยี่ห้อฮอนด้า จำนวน 1 คัน นำส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เมือง อุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ได้ร่วมทำการจับกุมนายนพิพัฒน์ หรือบุ๊ก หรือเบิก กิ่งแก้ว อายุ 33 ปี ที่อยู่ 63/1 หมู่ที่ 10 ต.ดูน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ข้อกล่าวหาร่วมกับพวกที่หลบหนีมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนสำหรับใช้เฉพาะแต่ในการสงครามที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ ไว้ในความครอบครองโดยผิดกฎหมาย,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมของกลางอาวุธปืนสงคราม AK47 (อาร์ก้า) จำนวน 3 กระบอก อาวุธปืนลูกซองสั้น (ไทยประดิษฐ์) 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน AK47 จำนวน 20 นัดเครื่องกระสุนปืนลูกซอง เบอร์ 12 จำนวน 14 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .357 MAGNUM จำนวน 29 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 15 นัด แมกกาซีน AK47 จำนวน 3 อัน สถานที่ตรวจยึดและจับกุมในห้องพักเลขที่ 77/5 หมู่ 10 ชุมชนโนนเปื่อย ต.ดูน อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ

ทั้งนี้จากการขยายผลการจับกุมนายนพิพัฒน์ หรือเบิก กิ่งแก้ว ให้การรับสารภาพว่า เป็นเครือข่ายรับยาบ้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านทางด้าน อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และลำเลียงมาส่งพื้นที่ตอนในของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 3 และ 4 ครั้งละหลายล้านเม็ดโดยใช้รถยนต์ 3 คัน เป็นขบวนลำเลียงยาเสพติดและมีอาวุธสงครามคุ้มกัน โดยกระจายส่งตามจุดต่าง ๆ ครั้งละ 100-200 มัด ในเขต จ.ขอนแก่น ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี โดยมีผู้กระทำผิดจำนวน 4 คน ค่าจ้างการลำเลียงได้รับเป็นยาบ้าตามมูลค่าประมาณ 200,000 – 250,000 บาท เพื่อนำไปจำหน่ายให้ผู้เสพรายย่อยในพื้นที่ภาคอีสาน และมีอาวุธปืนสงครามอาร์ก้า ซุกซ่อนอยู่บนเพดานในห้องเช่าใกล้บ้านเขต อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ชุดจับกุมไปตรวจสอบและทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางและได้ติดตามตรวจยึดรถยนต์ที่ใช้กระทำผิดเป็นรถเก๋ง 2 คัน รถกระบะ 2 คัน รวม 4 คัน จึงได้ควบคุมตัวนายนพิพัฒน์ หรือเบิกฯ พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ดำเนินการตามกฎหมายและอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผลเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

นอกจากนี้ วันที่ 25 กรกฎาคม กก.สืบสวน 3 บก.สส.ภ.3 จับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมของกลาง ยาบ้า 66,000 เม็ด ตรวจยึด ตาม พ.ร.บ.มาตรการฯ รถยนต์เก๋ง จำนวน 2 คัน รถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน โดยสถานที่เกิดเหตุ บริเวณไร่อ้อย ม.12 ต.สองห้อง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และ บ้าน ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรภาค 3 ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนและสถานประกอบการ ทุกแห่ง ในการแจ้งเบาะแส/ข้อมูล ผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งผู้เสพ ผู้ค้า ในสถานประกอบการฯ และอาศัยสถานประกอบการฯ ในการกระทำผิด โดยแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วนยาเสพติด 1599 สายด่วน 191 และ Application Police I lert U ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดำเนินการปราบปราม จับกุม ดำเนินคดีผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และลดปัญหายาเสพติด ในภาพรวมอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น เพื่อให้สังคมมีความปลอดภัยจากปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับยาเสพติดต่อไป

จากนั้น ผบช.ภ.3 ได้มอบเงินจำนวนหนึ่ง ให้ ชุดจับกุม เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กรอ.’ ปลื้มผลโครงการจัดระเบียบมลพิษทั้ง 2 เฟส เป็นไปตามเป้า จ่อหารือต่อยอดเฟส 3!
บทความถัดไปชาวสงขลาบ่นอุบ ระบบจองซิโนฟาร์มของ อบจ. ล่ม ตั้งแต่เปิดจอง