เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครนายก รวบนักโทษชายหลักตัดสินใจกระโดดตึกโรงพยาบาล ชิงรถจักรยานยนต์หลบหนี เหตุเพราะคิดถึงลูกวัย 5เดือนและเมีย หลังถูกคุมขังนาน 5 เดือน ในคดีอาวุธปืนต้องโทษ 5 ปี 5 เดือน
เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พันตำรวจเอก ทะนงศักดิ์ คำมาตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครนายก นำกำลังเข้าจับกุมนักโทษชายกิตติพงษ์ เพิ่มสุข อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีอาวุธปืน หลังถูกศาลตัดสิน จำคุก 5 ปี 5 เดือน และได้ถูกคุมขังที่เรือนจำจังหวัดนครนายก โดยนักโทษชายกิตติพงษ์ ได้ทำการกลืนแปรงสีฟันเข้าไปและทางเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนครนายกได้นำตัวมาส่งโรงพยาบาลนครนายก เพื่อทำการนำแปรงสีฟันออกจากกระเพราะอาหาร
ซึ่งระหว่างรอการผ่าตัดนั้น นักโทษชายกิตติพงษ์ ได้ตัดสินใจกระโดดตึกโรงพยาบาลนครนายก ลงมาด้านล่างทำให้ร่างกระแทกกับพื้นกระอักเลือดเปื้อนชุดผู้ป่วย ก่อนกลั้นใจวิ่งออกจากโรงพยาบาลข้ามถนนไปชิงรถหลบหนี จนกระทั้งรถน้ำมันหมดที่ริมถนน หมู่ 5 ตำลบลท่าทราย อำเภอเมืองนครนายก และวิ่งเข้าไปหลบซ่อนตัวภายในสวนผลไม้
จนกระทั้งเวลาผ่านไปประมาณ 2 ชั่วโมงเศษ เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.เมืองนครนายก ได้พบตัวนักโทษชายกิตติพงษ์ สภาพนอนหมอบอยู่ในร่องสวน ที่อยู่ห่างจากถนนประมาณ 500 เมตร ในสาภพอิดโรยจากอาการบาดเจ็บที่กระโดดลงมาจากตึกผู้ป่วย มีเลือดเปื้อนตามร่างกาย ใบหน้า และเสื้อผู้ป่วย
จากการสอบถาม นักโทษชายกิตติพงษ์ เพิ่มสุข กล่าวว่า ตนรู้สึกเครียดอยากกลับบ้าน เพราะคิดถึงลูกวัย 5 เดือน และเมีย ซึ่งระหว่างถูกคุมขังได้กลืนแปรงสีฟัน และระหว่างการรักษาตัววันนี้ได้ตัดสินใจกระโดดตึกผู้ป่วยลงมาร่างกระแทกกับพื้นทำให้ช้ำในเลือดไหล ซึ่งตนเป็นผู้ต้องหาคดีอาวุธปืน ถูกศาลตัดสินจำคุก 5 ปี 5 เดือน และพึ่งเข้ารับโทษได้เพียง 5 เดือนเท่านั้น
ด้าน พันตำรวจเอก ทะนงศักดิ์ คำมาตย์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครนายก กล่าวว่า ตอนเช้าได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่ามีคนร้ายลักษณะสวมชุดผู้ป่วย ชิงรถจักรยานยนต์หน้าโรงพยาบาลนครนายก โดยหลบหนีมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองนครนายก จากนั้นตนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ พร้อมอาสา ได้เร่งติดตามผู้ต้องหา มายังจุดที่มีชาวบ้านพบคนสุดท้าย จากนั้นได้ทำการนำกำลังปิดล้อมพื้นที่ เนื่องจากพื้นที่เป็นป่ารกทำให้ยากในการค้นหา จึงได้แบ่งโซน และทำการกระชับพื้นที่ จนกระทั้งพันตำรวจเอก กล้าหาญ โชคพิพัฒน์ไพบูลย์. รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครนายก ได้โทรติดต่อตนมาพร้อมมอบเบอร์โทรศัพท์ของนักโทษชายให้ตนโทรหา จากนั้นได้ทำการโทรหานักโทษชายกิตติพงษ์ โดยนักโทษชายกิตติพงษ์ได้ยอมมอบตัวเนื่องจาได้รับบาดเจ็บจากช่องท้อง เกรงจะได้รับอันตรายจึงยอมที่จะมอบตัว โดยหลังจากนี้จะทำการตรวจสอบสาเหตุจูงใจการก่อเหตุในครั้งนี้จากนักโทษชายกิตติพงษ์ ซึ่งต้องรอให้เข้ารับการรักษาตัวก่อน
วิธีการหลบหนีของคนร้ายเบื้องต้นได้กลืนแปรงสีฟันเข้าไปในช่องท้องเมื่อวานในเรือนจำนครนายกหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่รู้เพราะมีอาการปวดท้องจึงนำตัวส่งโรงพยาบาล นครนายก หลังจากนั้นช่วงมืด ได้แอบหนีออกมา ด้วยการกระโดดลงมาจากตึก จากนั้นวิ่งข้ามถนนและมาจี้รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าสี่แยกสามสาวตำบลท่าทรายอำเภอเมืองนครนายกและเกิดน้ำมันหมดช่วงบริเวณวัดคาทอลิกหมู่ที่5 ตำบลท่าทราย และนำรถไปจอดไว้หน้าบ้านชาวบ้าน จากนั้นจึงค้นภายในรถจักรยานยนต์ที่ชิงมาแล้วพบโทรศัพท์มือถือของเจ้าของรถยามาฮ่าฟีโน่จึงใช้โทรติดต่อเมีย จากนั้นยืนโบกรถข้างทางริมถนนท่าทราย
จนกระทั้งไปเจอนางสาว ชูชื่น ที่ขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาก็ได้กระโดดขึ้นรถและขอให้ไปส่งที่อำเภอองครักษ์ แต่นางสาว ชูชื่น บอกว่าจะต้องไปทำงานจึงขอให้ไปซื้อน้ำมันให้ นางสาว ชูชื่น จึงแกล้งว่าจะไปซื้อน้ำมันให้และบอกให้ยืนรอตรงนี้ จากนั้นได้แอบไปโทรศัพท์หาตำรวจ พอมาถึงก็ไม่พบตัว ตำรวจใช้เวลาค้นหาพื้นที่โดยรอบประมาณ 2 ชั่วโมงและใช้โดนบินสำรวจเนื่องจากพื้นที่มีน้ำล้อมรอบ พร้อมนำกำลังตำรวจกว่า 50 นายพร้อมเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ทำการปิดล้อมจากนั้น จากนั้นผู้กำกับได้โทรศัพท์เข้าไปที่เบอร์ที่นักโทษชายถืออยู่พร้อมกับบอกให้มอบตัว นักโทษชายจึงยอมมอบตัวและบอกว่าอยู่ในอาการบาดเจ็บ ทางตำรวจจึงนำกำลังเข้าควบคุมตัวไว้ได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงจากนั้นได้นำตัวคนร้ายส่งโรงพยาบาลนครนายกเพื่อทำการรักษา

