จี้สอบ 3 ผับประจวบฯ นอกโซนนิ่งเปิดเกินเวลาแต่รอดคุก

จี้สอบ 3 ผับประจวบฯ เส้นใหญ่ นอกโซนนิ่งเปิดเกินเวลาแต่รอดคุก ไม่โดนคดีเหมือนมายาผับคลัสเตอร์ใหญ่โควิด

เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม นายพรหมพิริยะ กิจนุสนธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนเพื่อรายงานสถานการณ์โควิด-19 ที่ศาลากลางจังหวัด ว่า กรณีมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั้งจังหวัดมากกว่า 1,000 ราย เชื่อมโยงคลัสเตอร์มายาผับ ที่ อ.หัวหิน หลังจากมีการจัดคอนเสิร์ต ทำให้มีประชาชนกลุ่มเสี่ยงจำนวนมากไปร่วมดื่มกิน เมื่อคืนวันที่ 30 มีนาคม 2564 ต่อมาวันที่ 30 กรกฎาคม 2564 ศาลจังหวัดหัวหินพิพากษาสั่งจำคุกและปรับผู้บริหารมายาผับที่กระทำความผิด

ขณะที่สถานบันเทิงรายอื่นเปิดเกินเวลาปรากฏในไทม์ไลน์ผู้ป่วยโควิดประกอบด้วย ทองสุข ไลน์อัพ และระรื่นชื่นบาร์ อยู่นอกโซนนิ่งไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ แต่ฝ่ายปกครองยังไม่แจ้งความดำเนินคดี นายพรหมพิริยะกล่าวว่า จะแจ้งให้ฝ่ายปกครองจังหวัดชี้แจงรายละเอียดว่าเหตุใดสถานประกอบการที่คล้ายสถานบริการทั้ง 3 ราย ไม่ถูกดำเนินคดี ที่ผ่านมามีการขึ้นทะเบียนสถานบริการที่คล้ายสถานประกอบการตามคำสั่งที่กระทรวงมหาดไทยสั่งให้สำรวจหรือไม่ และผลการสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 มีรายละเอียดอย่างไร

“ สำหรับกรณีที่การสอบสวนข้อเท็จจริงของฝ่ายปกครอง อาจถูกมองว่าล่าช้ากว่าการพิจารณาตัดสินคดีของศาลในคดีมายาผับ เชื่อว่าขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนผู้เสียหายที่ติดเชื้อโควิดจากมายาผับจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากผู้ประกอบการและหน่วยงานรัฐได้หรือไม่ อยู่ที่ดุลพินิจของศาล ซึ่งการจัดงานแสดงดนตรีเมื่อวันที่ 30 มีนาคม ขณะนั้น จ.ประจวบฯถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว สามารถประกอบกิจการได้ปกติแต่ต้องมีมาตรการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด” นายพรหมพิริยะกล่าว

นายพรหมพิริยะกล่าวอีกว่า กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ติดตามคลัสเตอร์ใหญ่ที่มีการระบาดของโควิดเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อน มีสื่อมวลชนเสนอข้อมูลว่ามีญาติในครอบครัวเจ้ามือหวยจัดเลี้ยงวันเกิดแล้วติดเชื้อทั้งครอบครัว จะเชื่อมโยงกับการเปิดบ่อนการพนันจริงหรือไม่ ขณะนี้แจ้งให้ฝ่ายปกครอง อ.กุยบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริง หาข้อมูลทางการข่าว คาดว่าจะสรุปรายงานให้ทราบเร็วๆ นี้” นายพรหมพิริยะกล่าว

รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กล่าวว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำแผนการเปิดเมืองหัวหินต้อนรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ได้รับวัคซีนครบโดส ไม่ต้องกักตัว ตามโครงการหัวหิน รีชาร์จ พร้อมสำรวจจำนวนบุคลากรภาคการท่องเที่ยวและบริการในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ว่ามีผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 เพื่อเสนอแผนการท่องเที่ยวไปยังส่วนกลางให้ได้รับการสนับสนุนวัคซีนมาฉีดให้กับบุคลากรภาคการท่องเที่ยวและบริการได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จากนั้นต้องเร่งฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในเขตเทศบาลเมืองหัวหินไม่ต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ของประชากร เพื่อเปิดการท่องเที่ยวเมืองหัวหินได้ทันตามแผนในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงปลายปี เนื่องจากรายได้ 90% ของ อ.หัวหิน มาจากการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการเป็นหลัก

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon