หน้าแรก ภูมิภาค ททท.เชียงใหม่...

ททท.เชียงใหม่ชี้น้ำป่ากระทบท่องเที่ยวเพียงสั้นๆ รื้อต้นไม้ทับบันไดนาควัดดอยสุเทพ

16.09.16 | 11:40 น.
วันที่ 16 กันยายน 2559  ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ รายงานสภาพอากาศจากมรสุมพัดผ่านประเทศเมียมมาและภาคเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือตอนบน มีเมฆเป็นส่วนมาก ฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุณหภูมิต่ำสุด 23 องศาเซลเซียส สูงสุด 32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้  ความเร็ว 15-30กิโลเมตร/ชั่วโมง  ปริมาณฝนสูงสุดที่ อ.สันทราย วัดได้ 64.3 มิลลิเมตร
นายวิสูตร  บัวชุม  ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวว่า ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ฝนตกหนักทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม และโคลนถล่มปิดทับเส้นทาง ที่บ้านแม่กำปอง  ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน ทำให้รีสอร์ต และบ้านพัก 3-4 แห่ง ที่อยู่เชิงเขาได้รับความเสียหาย ต้องปิดบริการ เพื่อปรับปรุงซ่อมแซม 2-3 วัน ส่วนสถานที่ท่องเที่ยว อาทิ น้ำตกแม่ยะน้ำตกแม่กลาง น้ำตกแม่เตี๊ยะ  อ.จอมทอง ทางอุทยานได้สั่งปิดบริการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ เนื่องจาก
ยังมีน้ำป่าไหลแรงอยู่ แต่เจ้าหน้าที่อุทยานเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ และดูแลนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ไม่น่าเป็นห่วงอะไร
“สถานการณ์ดังกล่าวกระทบท่องเที่ยวเชียงใหม่ ระยะสั้น เพียง 3-4 วันเท่านั้นส่วนแหล่งท่องเที่ยวอื่น ยังไม่ได้รับรายงานความเสียหาย ส่วนลำพูน ระดับน้ำแม่ทา อ.แม่ทา เพิ่มสูงขึ้น บางส่วนล้นตลิ่ง ไหลท่วมเส้นทางสัญจร ทำให้ต้องระมัดระวังเดินทางท่องเที่ยวเป็นพิเศษ เนื่องจากยังมีฝนตกเป็นระยะ ถนนลื่น อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ภาพรวม นักท่องเที่ยวยังเดินทางมาเชียงใหม่ตามปกติ ไม่ได้ยกเลิกหรือเลื่อนเดินทาง เพราะไม่ใช่ภัยพิบัติ หรืออุทกภัยร้ายแรง เหมือนต่างประเทศเป็นภัยธรรมชาติตามฤดูกาลเท่านั้น” นายวิสูตร กล่าว
201609161028085-20021028190213
ด้านนายวัลลภ นามวงศ์พรหม  กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่  กล่าวว่า ทางวัดได้รับการประสานจากนายบรรจง  สมบูรณ์ชัย คณบดีคณะสถาปัตยกรรมและออกแบบสิ่งแวดล้อมมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมคณะ ซึ่งเป็นหมอรักษาต้นไม้ใหญ่ มาสำรวจต้นไม้ใหญ่ที่มีอายุกว่า 100 ปี บริเวณวัด เพื่อทำการรักษาและเยียวยาต้นไม้ที่รากไม่แข็งแรง ลำต้นผุกร่อน ถูกแมลงกัดกิน หรือมีเชื้อราทำลาย หลังเกิดฝนตกหนักมีลมแรง ทำให้ต้นสนสามใบ หรือต้นเกี๊ยะ  อายุ 70 ปี  โค่นล้มทับขวางบันไดนาคทางขึ้นวัด วันที่ 14  กันยายนที่ผ่านมา คาดใช้เวลาสำรวจ 1 สัปดาห์ เนื่องจากมีต้นไม้ใหญ่หลายร้อยต้น
นอกจากนี้ อาจมีตัดตกแต่งกิ่งไม้ ที่เป็นอันตรายต่อโบราณสถาน  สิ่งก่อสร้างหรือนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชม กราบไหว้องค์พระธาตุ และสิ่งศักดิ์สทธิ์ภายในวัด ซึ่งบางต้นอยู่ในพื้นที่ลาดชัน และเสี่ยงต่อการโค่นล้ม ก่อนดำเนินการตามหลักวิชาการ และขั้นตอนดูแลและบำรุงรักษาต้นไม้ใหญ่ หลังหมดฤดูฝน เพื่อความปลอดภัยนักท่องเที่ยว  ไม่กระทบโบราณสถานเก่าแก่  ไม่ทำลายทัศนีภาพที่ร่มรื่น พร้อมปรับภูมิทัศน์และจัดระเบียบภายในวัดให้สวยงามมากขึ้นด้วย