ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.20 น. วันที่ 16 กันยายน 2559 นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหารและเลขาธิการมูลนิธิพระบรมธาตุดอยสุเทพ เปิดเผยความคืบหน้าแนวทางการซ่อมแซมบูรณะบันไดนาคทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ซึ่งถูกต้นสนยักษ์โค่นลงมาทับระหว่างเกิดพายุฝนฟ้าคะนองจากอิทธิพลดีเปรสชั่นราอี ช่วงเช้ามืดวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมาว่า เช้านี้ตัวแทนเจ้าหน้าที่ศิลปากรที่ 8 กรมศิลปากร ได้เดินทางเข้ามาสำรวจแล้ว แต่ยังไม่มีการสรุปประเมินความเสียหาย ทางศิลปากรได้เก็บเกล็ดนาคไปพิสูจน์ ว่าจะมีแนวทางการบูรณะอย่างไร บันได้นาค ที่เป็นประติมากรรมพญานาค 2 ตัวนี้ ทางกรมศิลป์ฯได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้แล้วก่อนหน้านี้
คาดว่าหลังสัปดาห์นี้น่าจะมาคุยกัน เมื่อประเมินแนวทางบูรณะเสร็จ ทางวัดก็จะเปิดให้ศรัทธาสาธุชน ที่มีจิตอยากร่วมบุญได้บริจาคงบประมาณร่วมกันจัดสร้าง เพราะเห็นว่า หากรอกรมศิลป์ฯ เสนอตั้งของบประมาณเกรงจะล่าช้า ประติมากรรมพญานาคมีความเสียหายตรงบริเวณกลางตัว กินระยะทางยาวประมาณ 6 เมตร ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะต้องใช้งบฯซ่อมแซมเท่าใด
“แนวทางการบูรณะคือทำอย่างไรก็ได้ให้กลับมาเหมือนของเดิมมากที่สุด เกล็ดพญานาคที่แตกเสียหายเดิมมีลักษณะเป็นการเคลือบกระเบื้องคล้ายกับทางลำปาง และต้องใช้น้ำยาชนิดพิเศษ จะต้องปิดลดรอยต่อให้น้อยที่สุด ที่ผ่านมาบันไดพญานาคนี้มีการบูรณะซ่อมแซมต่อเนื่องหลายๆปีครั้ง เป็นลักษณะทางวัดเป็นผู้ออกเงินแต่ให้กรมศิลป์ดำเนินการ ครั้งนี้ก็เช่นกัน คงจะมีการเจาะออกดูว่าเกิดผลกระทบเสัยหายภายในมากน้อยเท่าไหร่ให้ละเอียด ซึ่งคงยังประเมินงบประมาณที่จะใช้ซ่อมแซมยังไม่ได้ต้องขอคุยกับกรมศิลป์ก่อน”
นายวัลลภ กล่าวอีกว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่อยากให้นึกถึงเรื่องของไสยศาสตร์ใดๆ แต่อยากให้มองว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นจากฝนที่เหตุมีปัจจัยของมัน แต่เพื่อความสบายใจของทุกฝ่ายก่อนการบูรณะทางวัดจะจัดพิธีบรวงสรวงเรียกกำลังใจ ตอนนี้หมดทุกข์โศกไปแล้วไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อีกอย่างบันไดนาคไม่ได้เป็นที่อยู่อาศัยของพระ ไม่ถึงกับต้องเร่งรีบ ค่อยๆซ่อมไปแต่จะทำให้ดีที่สุด ระหว่างที่ซ่อมคงจะไม่ปิดให้ประชาชนขึ้นลง เนื่องจากปิดซ่อมเพียงด้านข้าง คาดว่าจะใช้เวลาบูรณะไม่เกิน 30 วันน่าจะแล้วเสร็จ
ด้าน นายชวน ผัดวรรณ ไวยาวัจกรวัดพระธาตุดอยสุเทพ กล่าวว่า ในช่วงนี้จะมีการจัดเวรยามดูแล เพราะไม่ต้องการให้ใครมานำเอาเศษหินเศษปูน ซึ่งเป็นของเก่า และคนบางกลุ่มเชื่อในเรื่องมวลสารความศักดิ์สิทธิ์ จะนำไปบูชาและเก็บไว้ทำวัตถุมงคลต่างๆ ทั้งนี้สำหรับการบูรณะซ่อมแซมเกล็ดพญานาคจะต้องหาช่างคนเดิม ที่เคยบูรณะมาดำเนินการ ซึ่งทางวัดคงต้องหารือกันต่อไป


