เชียงใหม่ เตรียมเปิดวอล์กอิน ให้ผู้สูงอายุ-7 โรคเรื้อรัง ฉีดวัคซีน เริ่ม 14 ส.ค.

เชียงใหม่ เตรียมเปิดวอล์กอิน ให้ผู้สูงอายุ-7 โรคเรื้อรัง ฉีดวัคซีน เริ่ม 14 ส.ค.

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ นพ.วรเชษฐ เต๋ชะรัก ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพิงค์ ผู้แทนคณะกรรมการบริหารการฉีดวัคซีน จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีผู้ประสงค์เข้ารับการฉีดวัคซีนแล้วจำนวน 908,067 คน คิดเป็น 76% ของเป้าหมายประชากร 1,200,000 คน ซึ่งมีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว 309,307 คน รวมจำนวน 412,108 โดส และขณะนี้จังหวัดเชียงใหม่มีวัคซีนซิโนแวคคงเหลือ 10,902 โดส วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า คงเหลือ 74,157 โดส ซึ่งจะเป็นวัคซีนสำหรับฉีดเข็มที่ 2 สำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 ไปแล้ว

จากสถิติผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ที่ผ่านมาของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่า ผู้เสียชีวิตทั้งหมดมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 65 ปี แบ่งออกเป็นผู้ที่มีอายุสูงกว่า 60 ปีถึง 70.97% และผู้ที่อายุน้อยกว่า 60 ปี 29.03% โดยจากการสำรวจความเสี่ยงของผู้เสียชีวิตทั้งหมด พบว่าเป็นการติดเชื้อจากคนในครอบครัวสูง 48.39% รองลงมาเป็นการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ 29.03% ประกอบกับผู้เสียชีวิตจะมีโรคประจำตัวอย่างน้อย 1 อย่าง ดังนั้นเพื่อป้องกันการเสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เข้ารับการฉีดวัคซีนให้ได้โดยเร็วที่สุด

สำหรับแผนการฉีดวัคซีนของจังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้จะจัดสรรวัคซีนออกเป็น 3 ส่วน คือ 70% สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป กลุ่มผู้ที่มีโรคประจำตัว 7 กลุ่มโรคเรื้อรัง และกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป 20%

Advertisement

สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไปที่จองคิวผ่านเว็บไซต์ก๋ำแปงเวียง และ 10% สำหรับกลุ่มเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด โดยในวันเสาร์ที่ 14 สิงหาคมนี้ จะเปิด Walk in สำหรับผู้สูงอายุ และกลุ่ม 7 โรคเรื้อรังก่อนในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ซึ่งจะสามารถเข้ารับการฉีดได้ที่ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติฯ ศูนย์การค้าพรอมเมนาด และศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล นอกจากนี้ในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่ม 7 โรคเรื้อรัง สามารถ walk in เข้ารับการฉีดวัคซีนได้ที่หอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อีกด้วย

ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ แถลงสถานการณ์การระบาดโรค Covid-19 จังหวัดเชียงใหม่ประจำวันว่า วานนี้ (10 ส.ค. 64) ได้มีการตรวจคัดกรองหาเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้สัมผัสหรือผู้เสี่ยงสูง จำนวน 2,672 ราย พบผู้มีผลบวก 64 ราย คิดเป็น 2.40%

การคัดกรองกลุ่มเสี่ยงกลุ่มคนเก็บลำไย อำเภอดอยเต่า จำนวน 285 ราย ทั้งหมดผลเป็นลบ ขณะที่การตรวจคัดกรองกลุ่มที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เมื่อวานนี้มีการตรวจที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่ 5 ราย สถานีรถไฟ 40 ราย สถานีขนส่งอาเขต 3 ราย และรถยนต์ส่วนตัว 25 ราย ทั้งหมดผลเป็นลบเช่นกัน ส่วนการตรวจคนขับรถบรรทุกและผู้ติดตาม ที่ด่านอำเภอสารภี จำนวน 134 ราย พบผู้มีผลบวก 9 ราย

นอกจากนี้ ยังได้มีการตรวจเชิงรุกที่ฟาร์มคัดแยกไข่ไก่ อำเภอหางดง ทั้งการตรวจหาภูมิคุ้มกันและผู้ที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จำนวน 124 ราย พบผู้มีผลบวก 13 ราย จึงได้นำเข้าสู่ระบบการรักษา ส่วนผู้ที่มีผลลบต้องเริ่มกักตัวใหม่อีก 14 วัน และจะได้มีการพ่นยาฆ่าเชื้ออีก 2 ครั้ง ซึ่งขณะนี้มีพนักงานที่ปลอดภัยและเข้าไปฏิบัติงานแล้ว จำนวน 116 ราย โดยจะต้องรักษามาตรการป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด และให้ทีมศูนย์ปฏิบัติการอำเภอหางดงติดตามเฝ้าระวังในทุกวัน

ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 65 รายวันนี้ เป็นผู้ติดเชื้อที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด จำนวน 24 ราย โดยมาจากกรุงเทพมหานครมากที่สุด 17 ราย รองลงมาคือ เชียงราย 3 ราย ปทุมธานี 1 ราย ลพบุรี 2 ราย และขอนแก่น 1 ราย ส่วนอีก 41 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในจังหวัด ซึ่งมาจากคลัสเตอร์คัดแยกไข่ไก่ อำเภอหางดง 14 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมคลัสเตอร์นี้ 205 ราย ส่วนคลัสเตอร์น้ำพุร้อนสันกำแพง ได้ตรวจเชิงรุก 49 ราย พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดคนในครอบครัว CM6136 ซึ่งในวันพรุ่งนี้ (12 ส.ค. 64) จะได้มีการตรวจเชิงรุกผู้ร่วมงาน/กิจกรรมต่างๆ ในหมู่ที่ 3 อีกครั้ง

สำหรับการติดเชื้อที่ Premium Outlet อำเภอหางดง ขณะนี้พบผู้ติดเชื้อแล้ว 3 ราย และจะมีการตรวจคัดกรองพนักงานทุกแผนกในวันพรุ่งนี้เช่นกัน ทั้งนี้ขอให้ผู้ที่ไปใช้บริการที่แผนก Kids Zone เฝ้าระวังสังเกตอาการตนเอง หากมีอาการให้เข้ารับการตรวจหาเชื้อ (SWAB) ทันที

ส่วนการติดเชื้อครอบครัวรถส่งปูน อำเภอฮอด เมื่อวานนี้พบผู้ติดเชื้อ 1 ราย เป็นพนักงานขนปูน ซึ่งจากการตรวจกลุ่มเสี่ยง จำนวน 86 ราย พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 8 ราย รวมผู้ติดเชื้อสะสมคลัสเตอร์นี้ 9 ราย อย่างไรก็ตาม ยังคงเป็นการติดเชื้อในกลุ่มญาติใกล้ชิด ซึ่งทางอำเภอฮอดได้สั่งให้กลุ่มเสี่ยงที่มีผลการตรวจเป็นลบ กักตัว 14 วันแล้ว

กรณีการติดเชื้อที่บริษัทนิ่มซี่เส็ง ตำบลฟ้าฮ่าม เป็นการติดเชื้อในสถานที่กักตัวที่บริษัทจัดไว้ ซึ่งเป็นพนักงานขับรถขนส่งสินค้าจากกรุงเทพมหานครที่แพร่กระจายเชื้อไปยังเพื่อนข้างห้อง และเพื่อนร่วมห้อง เนื่องจากไม่เคร่งครัดในการกักตัว ทำให้มีผู้ติดเชื้อในกลุ่มนี้แล้ว 6 ราย

จึงขอเน้นย้ำประชาชนผู้ที่กลับมาจากพื้นที่เสี่ยง ต้องกักตัวเอง 14 วันอย่างเคร่งครัด ห้ามสังสรรค์ ห้ามพูดคุยกับคนใกล้ชิด ต้องแยกกักตัว แยกห้องนอน-ห้องน้ำ และห้ามรับประทานอาหาร ห้ามใช้สิ่งของร่วมกัน หากไม่สะดวกให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ภาครัฐ หรือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพื่อขอเข้ากักตัวในสถานที่ที่รัฐจัดไว้ให้

ในขณะที่นายกนก ศรีวิชัยนันท์ ปลัดจังหวัดเชียงใหม่ แถลงว่า จากการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่บ้านวังลุงใหม่ หมู่ 10 ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 9 รายนั้น คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ มีมติให้ปิดบ้านวังลุงใหม่ หมู่ 10 หย่อมบ้านหลังโรงพยาบาลฮอด และหย่อมบ้านหลังวัดวังลุง ตำบลหางดง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่วันที่ 11 – 24 สิงหาคม 2564 และให้ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกักตัว (Home Quarantine) อย่างเคร่งครัด เป็นเวลา 14 วัน และงดการเดินทางเข้า-ออก พื้นที่ดังกล่าว งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มโดยไม่มีเหตุจำเป็น เพื่อลดความเสี่ยงต่อการสัมผัสโรค ผู้ใดฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท ตามมาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image