เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2559 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า เกิดลมกระโชกอย่างรุนแรง จนทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มขวางถนนสายอาภากร ห่างจากสะพานข้ามคลองหัววัง-พนังตัก (คลองในหลวง) หมู่ 3 ต.นาชะอัง อ.เมืองชุมพร ประมาณ 30 เมตร พบต้นสนขนาดใหญ่ประมาณ 2 คนโอบ สูงกว่า 20 เมตร ถูกลมพายุพัดจนหักโค่นขวางถนนดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่กู้ภัยสายชล มูลนิธิชุมพรการกุศลสงเคราะห์ ประมาณ 10 คนต้องช่วยกันนำเลื่อยยนต์ตัดต้นสนเป็นท่อนๆ พร้อมทำสัญญาณเตือนให้รถทุกชนิดหลีกเลี่ยงแล้วหันไปใช้เส้นทางอื่นแทนเป็นการชั่วคราว ใช้เวลาในการเคลียร์พื้นที่ประมาณ 1 ชั่วโมง จึงสามารถเปิดให้รถผ่านได้ตามปกติ
นอกจากนั้น ยังมีรายงานข่าวว่า เกิดคลื่นขนาดใหญ่ สูง 2-4 เมตร ซัดเข้าสู่ชายฝั่งตั้งแต่ อ.ปะทิว อ.เมือง อ.สวี อ.ทุ่งตะโก อ.หลังสวน และ อ.ละแม มีบ้านเรือนของชาวประมงชายฝั่งได้รับผลกระทบ และคลื่นยังซัดเรือสินค้าขนาดใหญ่เข้ามาเกยหาดบ้านคอสน หมู่ 8 ต.ท่ายาง อ.เมืองชุมพร จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบชาวบ้านนับร้อยคนกำลังยืนดูเรือสินค้าดังกล่าวอยู่บนชายหาดที่มีคลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าฝั่งเป็นระยะ ส่วนในทะเลห่างจากชายฝั่งประมาณ 300 เมตร มีเรือสินค้าเป็นเรือเหล็กขนาด 40 ตันกรอส ยาวประมาณ 180 ฟุต บรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 20 ตู้ ถูกคลื่นซัดเข้ามาเกยหาด แต่ผู้ที่อยู่บนเรือยังไม่สามารถเข้ามายังฝั่งได้ เนื่องจากคลื่นมีขนาดสูงมาก โดย นายสุชาติ ชุมแสง สมาชิกสภาเทศบาล ต.ท่ายาง เปิดเผยว่า เรือลำดังกล่าวเข้ามาเกยฝั่งในเวลาประมาณ 11.00 น.วันเดียวกัน จึงแจ้งให้สถานีตำรวจน้ำ นายกเทศมนตรี ต.ท่ายาง และศูนย์กู้ภัยนเรนทรทราบ
ด้านพ.ต.ต.โยธิน สีหาทิพย์ สารวัตรทำหน้าที่ทางน้ำ สถานีตำรวจน้ำ 1 กก.6 ชุมพร เปิดเผยว่า ได้รับคำสั่งจาก พ.ต.ท.จเร รุ่งสาย สารวัตรตำรวจน้ำ สถานีตำรวจน้ำ 1 กก.6 ชุมพร ให้เข้ามาตรวจสอบเพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่บนเรือ เบื้องต้นทราบว่าเรือลำนี้มีชื่อว่า “สันทัดสมุทร 1” เป็นเรือบรรทุกสินค้าจากท่าเรือคลองเตย กรุงเทพฯ เพื่อมุ่งหน้าไปยังท่าเรือ จ.สุราษฎร์ธานี โดยใช้เส้นทางผ่านเกาะเต่า แต่ระหว่างทางเกิดเครื่องยนต์ขัดข้อง จึงต้องทอดสมออยู่กลางทะเลเพื่อซ่อมเครื่องยนต์ แต่เกิดคลื่นลมรุนแรงในทะเล ไม่สามารถควบคุมเรือได้ จึงถูกคลื่นซัดเข้าสู่ฝั่ง สถานีตำรวจน้ำชุมพรจึงประสานกับกรมเจ้าท่า กองทัพเรือ และศูนย์รับแจ้งการเข้า-ออกเรือ (PIPO) เพื่อหาทางช่วยเหลือผู้ที่อยู่บนเรือซึ่งยังไม่ทราบว่ามีเท่าใด และยังไม่ทราบว่าเป็นของเอกชนรายใด แต่ไม่มีใครได้รับอันตราย และคงต้องรอให้คลื่นลมสงบก่อนจึงจะนำเรือออกไปรับคนบนเรือเข้าฝั่งได้


