“เชียงใหม่” เข้มลุยตรวจเชิงรุกกลุ่มเสี่ยง หลังพบโควิดระบาดในชุมชน มาจากกลุ่มพื้นที่เสี่ยง
วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ดร.ทรงยศ คำชัย หัวหน้ากลุ่มงานควบคุมโรคติดต่อ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จังหวัดเชียงใหม่ว่า จังหวัดเชียงใหม่ มีการเฝ้าระวังและดำเนินการตรวจเชิงรุกในกลุ่มเสี่ยงอย่างเคร่งครัด ทั้งกลุ่มแรงงานต่างด้าว และกลุ่มคนงานเก็บลำไย โดยในกลุ่มคนงานเก็บลำไยจะต้องมีบัตรประจำตัวการขึ้นทะเบียนแรงงานรับจ้างเก็บลำไย และจะต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด นอกจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีการตรวจสอบและควบคุมการติดตามผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงและเข้าไปในแต่ละอำเภอ โดยได้เน้นย้ำให้ทุกอำเภอ รายงานจำนวนผู้ที่เดินทางเข้าพื้นที่ทุกวัน และจะต้องติดตามตัวให้ได้อย่างน้อย 75% ในทุกวัน

“ในช่วงนี้พบว่า ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มที่เดินทางเข้ามาจากพื้นที่เสี่ยง และไม่กักตัว หรือกักตัวในสถานที่ไม่เหมาะสม ทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อไปสู่ชุมชน โดยพบว่า 70% เป็นการสัมผัสโรคจากผู้ที่เดินทางเข้ามาและเป็นกลุ่มผู้ขับรถขนส่งสินค้าและผู้ติดตาม และไม่ลง CM-CHNA ทำให้ไม่สามารถติตตามตัวได้”ดร.ทรงยศกล่าว
ดร.ทรงยศ กล่าวว่า จากการตรวจคัดกรองในเส้นทางการคมนาคม พบว่าที่ด่านตรวจรถบรรทุกอำเภอสารภี พบผู้ติดเชื้อแทบทุกวัน อย่างไรก็ตามหากมีการตรวจพบเชื้อที่จุดตรวจหาเชื้อเฉพาะกิจสถานีรถไฟ ขนส่งอาเขต ด่านทางถนน จะนำผู้ที่มีผลบวกเข้าพักที่ศูนย์พักคอย โรงแรม บีพี เชียงใหม่ ซิตี้ (BP Chiang Mai City Hotel) เพื่อรอตรวจยืนยันผลการติดเชื้ออีกครั้ง

“ในส่วนของการชี้แจงรายละเอียดการติดเชื้อในลักษณะการระบาดเป็นคลัสเตอร์นั้น ทำให้มองเห็นสถานการณ์การระบาด และดำเนินการควบคุมโรคได้ดี ซึ่งการตั้งชื่อคลัสเตอร์ต่างๆ มาจากชื่อของสถานที่ตั้งต้นที่เกิดการระบาด เมื่อมีผู้ติดเชื้อเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์ใด ก็จะจัดให้อยู่ในกลุ่มคลัสเตอร์นั้นๆ ซึ่งทีมสอบสวนของจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอทั้ง 25 อำเภอ มีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ทำให้การติดตามผู้ติดเชื้อในจังหวัดเชียงใหม่ สามารถดำเนินการได้อย่างถูกจุด และมีประสิทธิภาพมาก” ดร.ทรงยศ กล่าว


