ผลสอบ ผอ.รพ.โคราช สรุปแล้วพบฉีดไฟเซอร์ผิดเงื่อนไข สสจ.โคราชตั้งกรรมการสอบวินัยอีกชุด
เมื่อวันที่ 20 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีที่มีการแชร์ต่อในโลกโซเชียล ถึงรายชื่อผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ โควต้าของโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา ซึ่งพบว่าในจำนวน 144 ราย ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ มีรายชื่อของภรรยา ผอ.โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ที่ทำงานอยู่ในคลินิกเอกชน และสามีของหัวหน้ากลุ่มเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค โรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งเปิดร้านขายยารวมอยู่ด้วย จนมีการวิพากษ์วิจารเป็นอย่างมาก ว่าไม่ได้เป็นบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า เหตุใดจึงได้รับการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ ที่ทางกระทรวงสาธารณสุขจัดสรรมาให้สำหรับฉีดบุคลากรทางการแพทย์ด่านหน้า ทำให้นายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา หลังได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงถึงกรณีที่เกิดขึ้น โดยแต่งตั้ง นพ.วิชาญ คิดเห็น รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว

ซึ่งล่าสุด วันนี้ (19 สิงหาคม 2564) นพ.วิชาญ ประธานคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง เปิดเผยความคืบหน้าการรวบรวมหลักฐานข้อเท็จจริงว่า ได้สรุปผลดำเนินการร่วมกับนิติกรเรียบร้อยแล้ว ซึ่งได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียดที่สุดทุกขั้นตอน เหลือเพียงการลงนามยืนยันในเอกสารการสอบสวนเท่านั้น ที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ถูกสอบแต่ละรายจะต้องเซ็นรับรองเอกสาร เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนั้น กระบวนการสอบสวนทุกเรื่อง ขอยืนยันว่าได้ดำเนินการด้วยความถูกต้อง โปร่งใส และยุติธรรม ส่วนผู้ถูกสอบทุกคนก็ต้องเซ็นลงนามกำกับยืนยันเอกสารการสอบสวนด้วยตามระเบียบราชการ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้แจ้งข้อเท็จจริงและผลการสอบให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาได้ทราบไปแล้ว

โดยข้อเท็จจริงที่สอบสวนได้ 141 ราย ตรวจสอบแล้วเป็นบุคลากรด่านหน้าจริง ที่มีสิทธิได้รับวัคซีนไฟเซอร์ล็อตแรก ตรงตามเงื่อนไขที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกำหนด ส่วนอีก 3 ราย ได้แก่ ภรรยา ผอ.รพ.เฉลิมพระเกียรติ, สามีหัวหน้ากลุ่มเภสัชกรรมและคุ้มครองผู้บริโภค รพ.เฉลิมพระเกียรติ และลูกจ้างร้านขายยาของหัวหน้ากลุ่มเภสัชกรรมฯดังกล่าว) ตรวจสอบแล้วได้รับวัคซีนไฟเซอร์จริง แต่เงื่อนไขกำหนดให้รับวัคซีนในล็อตอื่น ไม่ใช่ล็อตแรกนี้ ดังนั้น จึงถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ซึ่งการสอบสวนข้อเท็จจริงไม่พบข้อมูลผิดปกติอะไรเพิ่มเติมนอกเหนือจากนี้ โดยหากให้ผู้ถูกสอบแต่ละรายลงนามรับรองเอกสารการสอบสวนเรียบร้อยแล้ว จะรีบยื่นเสนอให้ผู้บังคับบัญชาได้พิจารณาโดยเร็ว

นพ.นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ได้รับเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง แต่ได้เตรียมตั้งคณะกรรมการอีกชุดไว้แล้ว เพื่อร่วมกันสอบสวนทางวินัยและพิจารณาตัดสินโทษกรณีที่เกิดขึ้นให้เกิดความบริสุทธิ์และเป็นธรรมที่สุด

